Friday, 24/11/2017 | 7:24 UTC+7
i-News

“อักษรา” บอกมีเหตุรุนแรงอย่าโทษพูดคุย

หัวหน้าคณะพูดคุยดับไฟใต้ ตำหนิสื่อ-นักวิเคราะห์เชื่อมโยงเหตุรุนแรงกับการพูดคุย อ้างทำ “ผู้เห็นต่าง” หวาดระแวง แย้มพ้นเดือนตุลาฯถก “พื้นที่ปลอดภัย” แน่นอน ขณะที่ “โชเลย์บอมบ์แม่ลาน” คนร้ายใช้ถังพลาสติกอำพรางระเบิดถังแก๊ส

ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกแถลงการณ์ชี้แจงการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บรรลุผลสำเร็จว่า จำเป็นต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี

โดยในระดับยุทธศาสตร์ รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจน คือ ปฏิเสธการก่อการร้าย และใช้แนวทางสันติวิธีผ่านกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ จึงได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง UN (องค์การสหประชาชาติ) OIC (องค์การความร่วมมืออิสลาม) และองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อโดดเดี่ยวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจากการสนับสนุนทั้งปวง ไม่ว่าจะมาจากภายนอกประเทศ หรือจากประชาชนในพื้นที่ก็ตาม

ส่วนระดับยุทธการ คือ การควบคุมพื้นที่ คุมทรัพยากร และคุมประชาชน โดยการคุมพื้นที่นั้น จำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็นชุมชนเขตเมือง ชนบทป่าเขา และพื้นที่ชายแดน เพื่อจัดวางกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร อย่างเหมาะสมกับขีดความสามารถของกำลังแต่ละประเภท และใช้เทคโนโลยี รวมทั้งงานมวลชนเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุ โดยระดับยุทธการนั้น งานมวลชนมีความสำคัญสูงสุดคือ ต้องให้ประชาชนในพื้นที่ประกาศอย่างชัดเจน 3 ประการว่า 1.ไม่ยอมรับการก่อการร้าย 2.ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และ 3.ไม่เอาโจร ไม่ว่าจะมาจากการเมืองท้องถิ่น, อิทธิพลผลประโยชน์, ยาเสพติด และกระบวนการผิดกฎหมายต่างๆ

ขณะที่ระดับยุทธวิธี ถือเป็นการชิงไหวชิงพริบระหว่างหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มผู้เห็นต่างสุดโต่ง โดยนำบทเรียนจากความผิดพลาดมาซ้อนกลผู้ก่อเหตุ และกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธให้หมดสิ้นไป ด้วยการใช้เทคโนโลยีและการปฏิบัติทางยุทธวิธีที่เหนือกว่าเอาชนะฝ่ายตรงข้าม

แถลงการณ์ของหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ยังบอกด้วยว่า ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์บางท่านได้พยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอ้างว่าเป็นผลมาจากการพูดคุยเพื่อสันติสุข จนสร้างความสับสนให้ผู้อำนวยความสะดวก และสร้างความหวาดระแวงให้กับขบวนการผู้เห็นต่าง ดังนั้นจึงมอบหมายให้คณะพูดคุยฯ เดินทางไปสร้างความเข้าใจกับผู้อำนวยความสะดวก ผ่านไปยังกลุ่มผู้เห็นต่าง เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ยังคงดำรงความต่อเนื่องของการพูดคุย ซึ่งเป็นงานยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการจัดสร้างพื้นที่ปลอดภัย อันเป็นความหวังของประชาชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่อไป

และจากการประสานขั้นต้น ทางกลุ่มผู้เห็นต่างมีความพร้อมและยินดีที่จะร่วมมือเพื่อกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังเสร็จงานพระราชพิธีแล้ว

ทั้งนี้ จึงอยากขอให้นักวิเคราะห์และสื่อมวลชนทั้งหลายได้นำเสนอบทวิเคราะห์ในเชิงสร้างสรรค์ ไม่นำผลการปฏิบัติทางยุทธวิธีมากล่าวโทษว่าเกิดจากความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ และให้การสนับสนุนแนวทางสันติวิธีของรัฐบาล ซึ่งเท่ากับเป็นการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ทำให้ผู้ก่อเหตุขาดความชอบธรรม และต้องยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน

แถลงการณ์ของหัวหน้าคณะพุดคุยฯ เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ก.ย.60 ซึ่งในวันเดียวกันนั้นมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นอำเภอเดียวจาก 33 อำเภอในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

เหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ป่าไร่ หมู่ 5 ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเลียบคลองชลประทาน แรงระเบิดทำให้กำแพงฐานที่ทำด้วยท่อซีเมนต์พังเสียหาย เช่นเดียวกับห้องน้ำและเพิงพักของเจ้าหน้าที่ โชคดีไม่มีผู้ใด้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ต่อมา หน่วยทำลายวัตถุระเบิด หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายประกอบระดับใส่ถังแก๊ส ขนาดบรรจุ 15 กิโลกรัม น้ำหนักระเบิดประมาณ 20 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ในถังพลาสติกสีน้ำเงิน วางอยู่ในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือ “รถโชเล่ย์” และนำมาจอดหน้าฐาน ชคต. ก่อนกดจุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร

ความคิดเห็น

comments

About