Sunday, 19/11/2017 | 4:05 UTC+7
i-News

UN ปัดไม่เคยตกลงกับรัฐบาลพม่าสร้างค่ายรับโรฮิงญากลับพม่า

ในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี(26 ตุลาคม)ของสหประชาชาติต่อสื่อมวลชนย้ำยังไม่เคยมีข้อตกใดๆ กับรัฐบาลพม่าในการช่วยสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับรองรับชาวโรฮิงญาที่หลบหนีความรุนแรงจากยะไข่ไปยังบังกลาเทศกลับประเทศ

การแถลงข่าวที่เกิดขึ้นเป็นการตอกย้ำความตึงเครียดระหว่างพม่า และสหประชาชาติ หลังจากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาสหประชาชาติได้วิพากษ์วิจารณ์แผนการก่อนหน้านี้ของรัฐบาลพม่าในการรับผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่ถูกที่หนีตายจากความรุนแรงในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยทางการพม่าจะนำชาวโรฮิงญามาอยู่ในหมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่ที่สหประชาชาติเปรียบเหมือน “เหมือนค่ายกักกัน”

ชาวโรฮิงญากว่า 600,000 คนได้หนีตายจากการโจมตีในพม่าเข้ามายังบังคลาเทศตั้งแต่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่องค์การสหประชาชาติกล่าวว่า การลอบวางเพลิง และการข่มขืน ที่กระทำโดยทหารและกลุ่มชาวพุทธชาวยะไข่ เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กับชาวชาวโรฮิงญา

หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่าองค์การสหประชาชาติได้ตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคแก่ผู้ลี้ภัยในรัฐยะไข่ และหน่วยงานดังกล่าวจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐบาลในการ “ดำเนินการตามโครงการเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางสังคมของพม่า และระบบบริหาร”

นาย Stanislav Saling โฆษกสำนักงานสหประชาชาติประจำประเทศพม่ากล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ไม่มีข้อตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น” หลังจากตัวแทนของหน่วยงานได้เข้าร่วมการประชุมกับเจ้าหน้าที่พม่าในกรุง Naypyitaw ในสัปดาห์นี้

“ภารกิจของสหประชาชาติว่าด้วยที่อยู่อาศัยเน้นย้ำว่าควรตั้งขึ้นบนความสอดคล้องกับหลักการของการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยเดิม และทรัพย์สินสำหรับผู้ลี้ภัย เพื่อสนับสนุนการกลับมาอย่างปลอดภัย และสง่างาม ในบ้านเกิดของตน” โฆษกสหประชาชาติกล่าวย้ำในนามของ UN-Habitat

UN-Habitat ยินดีร่วมมือกับพม่าในมาตรฐานสากล

หลักการของสหประชาชาติระบุว่าผู้ลี้ภัย หรือผู้ลี้ภัยทั้งหมดมีสิทธิที่จะกลับคืนยังทรัพย์สิน หรือที่ดินเดิมของตน ที่ถูกยึดครองไปโดยผิดกฎหมาย

ผู้นำพม่านางอองซานซูจีได้ให้คำมั่นว่าทุกคนที่อยู่ในบังคลาเทศที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นชาวพม่าสามารถกลับมาได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผู้อพยพเหล่านั้นจะได้รับอนุญาตให้กลับไปยังที่อยู่เดิมของตนหรือไม่

ชาวโรฮิงญาที่เดินทางกลับมายังพม่าจะไม่สามารถกลับไปยังบ้านเดิมของตนได้ และอาจต้องพบว่าพืชผลที่ปลูกไว้ถูกเก็บเกี่ยวไปแล้วโดนเจ้าหน้าที่รัฐบาล ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่พม่ากับ Reuters

กลุ่มชาวพุทธในยะไข่ ได้ระบุเมื่อเดือนสิงหาคมว่าหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ เช่นโครงการอาหารโลกได้ให้อาหารแก่ผู้ก่อการร้ายชาวโรฮิงยา เป็นการกล่าวหาเพื่อสร้างกระแสต่อต้านองค์กรช่วยเหลือต่างๆ จนต้องระงับภาระกิจความช่วยเหลือในรัฐยะไข่ และอพยพเจ้าหน้าที่ออกทั้งหมด

Soe Aung ปลัดกระทรวงสวัสดิการสังคมที่เข้าร่วมการประชุมกับ UN-Habitat มาหลายครั้งยืนยันว่าหน่วยงานดังกล่าวได้ตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือ และทั้งสองฝ่ายจะพบกันอีกครั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายน

“เราได้บรรลุข้อตกลงกับสหประชาชาติว่าด้วยความช่วยเหลือด้านเทคนิคแล้ว เราจะหารือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดำเนินการต่อ” เขากล่าวกับรอยเตอร์

ทหารพม่ากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจะถอนกองกำลังรักษาความปลอดภัยบางส่วนที่ดำเนินการทางตอนเหนือของยะไข่ และส่งพวกเขาไปยังเมืองสิตเวย์ เมืองหลวงของรัฐเพื่อเป็นกำลังเสริม

ผู้ลี้ภัยหลายพันคนยังคงเดินทางข้ามแม่น้ำนาฟ เส้นแบ่งตามธรรมชาติที่กั้นระหว่างบังกลาเทศ และพม่า แม้ว่านางซูจี ผู้นำพม่าจะระบุว่าเหตุรุนแรงได้หยุดลงตั้งแต่วันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมาแล้ว

ที่มา dailysabah

ความคิดเห็น

comments

About