Friday, 24/11/2017 | 7:25 UTC+7
i-News

รัฐบาลพม่าออกเก็บเกี่ยวข้าวจากผืนนาของโรฮิงญาในยะไข่

รัฐบาลพม่าเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวจากผืนนาของชาวโรฮิงญาทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ เมื่อวันเสาร์ที่(28 ตุลาคม)หลังชาวโรฮิงญาเจ้าของพื้นที่ถูกปราบปรามอย่างรุนแรงจากทหารพม่าจนต้องหนีตายข้ามแดนไปยังบังกลาเทศ

พื้นที่บริเวณชายแดนของพม่ากลายเป็นพื้นที่ร้างผู้คน โดยเฉพาะชาวมุสลิมโรฮิงญา ตั้งแต่ 25 สิงหาคม เมื่อทหารพม่าเปิดปฎิบัติการในพื้นที่อย่างรุนแรงโดยใช้การปราบปรามผู้ก่อการร้ายโรฮิงญาเป็นข้ออ้าง ขณะที่สหประชาชาติระบุว่าปฎิบัติการดังกล่าวเป็นการกวาดล้างทางชาติพันธุ์

หมู่บ้านหลายร้อยแห่งถูกเผาราบ และชาวโรฮิงญามากกว่า 600,000 คนหนีตายข้ามแดนไปบังกลาเทศเพื่อลี้ภัย โดยต้องทิ้งพืชผลทางการเกษตรมูลค่ามหาศาลไม่ในดินแดนพม่า

ในวันเสาร์ (28 ตุลาคม) รัฐบาลเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวในทุ่งนากว่าเกือบ 180,000 ไร่ ในพื้นที่เมืองหม่องดอ พื้นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญา และได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตามการรายงานของสื่อทางการและเจ้าหน้าที่พม่า

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านการเกษตรของเมืองหม่องดอ ระบุว่า ทางการได้เข้าเก็บเกี่ยวข้าวในวันเสาร์ ทุ่งนาบางส่วนที่เข้าเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นเป็นของเบงกาลีที่หลบหนีไปบังกลาเทศ แต่ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรกับข้าวเหล่านั้น

กลุ่มสิทธิมนุษยชนตำหนิการดำเนินการของรัฐบาลพม่า ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างเป็นระบบที่จะกำจัดชาวโรฮิงญาออกไปจากรัฐยะไข่

ฟิล โรเบิร์ตสัน จากฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐให้ความสนใจกับนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างเหล่านี้มากกว่าชาวโรฮิงญาที่เป็นผู้ปลูก

ส่วนองค์กรโฟร์ติฟายไรท์ (Fortify Rights) กล่าวว่า การเก็บเกี่ยวเป็นความเคลื่อนไหวที่อุกอาจของเจ้าหน้าที่ที่มีประวัติยาวนานเกี่ยวกับการยึดที่ดินโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์

ความคิดเห็น

comments

About