Sunday, 19/11/2017 | 12:10 UTC+7
i-News

ออสเตรเลีย “ตัดน้ำ-ไฟ” ผู้อพยพเกาะมานุส ถึงกับต้องขุดบ่อหาน้ำเอง

กลุ่มผู้ลี้ภัยชายล้วน 600 คนสุดท้ายที่ไม่ยอมออกมาจากเกาะมานุส หลังออสเตรเลียสั่งปิดศูนย์รับผู้อพยพ ได้เริ่มต้นกระบวนการขุดบ่อเพื่อหาน้ำสะอาดประทังชีวิตแล้ว หลังจากรัฐบาลออสเตรเลียได้เริ่มปฎิบัติการ ตัดน้ำและกระแสไฟฟ้า และห้ามใช้สุขา ส่วนอาหารก็กำลังจะหมดลง ด้านรัฐบาลนิวซีแลนด์แถลงย้ำพร้อมรับผู้อพยพ 150 คนจากศูนย์เข้าประเทศ

BBC รายงานวันพฤหัสบดี(2 พฤศจิกายน)ว่า บรรดาผู้อพยพที่ส่วนใหญ่อยู่ในสถานะผู้ลี้ภัยซึ่งเป็นชายทั้งหมดจำนวน 600 คน ปฎิเสธที่จะย้ายออกจากศูนย์ผู้ลี้ภัยของรัฐบาลออสเตรเลียบนเกาะมานุส หลังจากรัฐบาลได้สั่งปิด โดยผู้อพยพต่างกล่าวว่า พวกเขาเกรงจะถูกทำร้ายที่ด้านนอกศูนย์

ท่ามกลางการประกาศให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลนิวซีแลนด์อีกครั้งว่า โดยระบุว่ายินดีรับผู้อพยพจากศูนย์ลี้ภัยออสเตรเลีย 2 แห่งคือเกาะมานุสและเกาะนาอูรูจำนวน 150 คนเข้าประเทศ

เป็นการประกาศการให้ความช่วยเหลือจากนิวซีแลนด์นับตั้งแต่ปี 2013 แต่ที่ผ่านมาเป็นที่น่าแปลกใจเนื่องจากข้อเสนอดังกล่าวกลัวถูกปฎิเสธจากรัฐบาลออสเตรเลียมาโดยตลอด

ซึ่งการปิดตัวศูนย์ผู้ลี้ภัยบนเกาะมานุสเกิดขึ้นในวันอังคาร(31 ตุลาคม) เกิดขึ้นหลังจากศาลปาปัวนิวกินีได้ออกคำพิพากษาว่า ศูนย์พักพิงผู้อพยพนอกชายฝั่งออสเตรเลียผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญปาปัวนิวกินี

ทั้งนี้เกาะมานุสนั้นเป็นส่วนหนึ่งของรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี และเกาะนาอูรูเป็นที่ตั้งของสาธารณรัฐนาอูรู ซึ่งเป็นหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งทางแคนเบอร์ราได้เปิดศูนย์ผู้อพยพขึ้นที่นั่น

สำหรับผู้ลี้ภัย 600 คนที่ปฎิเสธการย้ายออกจากศูนย์ในวันอังคาร(31) ซึ่งส่วนใหญ่ถือสถานะ “ผู้ลี้ภัย” ปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้ทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ห้องสุขา และพบว่าอาหารที่มีกำลังจะหมดลง

โดยสำนักงานผู้ลี้ภัยองค์การสหประชาชาติชี้ว่า ในขณะนี้คนเหล่านี้ยังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากศูนย์ผู้อพยพแห่งนี้ในเวลานี้

ด้านนัต จิต ลัม(Nat Jit Lam)ตัวแทนประจำภูมิภาคของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ได้ให้ความเห็นในวันพุธ(2)ว่า ในขณะนี้ที่พักอื่นๆ ในพื้นที่ยังไม่พร้อมสำหรับผู้อพยพ

“ผมจะยังไม่นำผู้อพยพเหล่านี้ออกมาจากที่นั่นเพื่ออาศัยในที่ใหม่ ยังไม่ใช่ในเวลานี้” นัต จิต ลัม กล่าว

ทั้งนี้ทางยูเอ็นและกลุ่มสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ต่างออกมาเตือนถึงสิทธิ์ผู้อพยพว่า คนเหล่านี้มีสิทธิ์ที่ต้องกลัวไปถึงความปลอดภัยของพวกเขา หลังมีการทำร้ายเกิดขึ้นบนเกาะปาปัวนิวกีนีที่ผ่านมา

ผู้อพยพที่ยังคงตกค้างอยู่ภายในศูนย์ ในขณะนี้พวกเขาได้เริ่มต้นขุดหาน้ำสะอาด และทำการรองน้ำฝนเพื่อกักเก็บกันแล้ว โดยน้ำส่วนใหญ่ที่ได้จะถูกเก็บไว้ในถังขยะ

และในการให้ข้อมูล ทางผู้อพยพยังกล่าวว่า ในวันพฤหัสบดี(2)มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปาปัวนิวกินีเดินทางมาที่ศูนย์ โดยอยู่บริเวณด้านนอกของศูนย์ผู้อพยพ ซึ่งผู้ที่อยู่ด้านในต่างกลัวว่าพวกเขาจะถูกรัฐบาลปาปัวนิกินีสั่งใช้กำลังในการบังคับให้บรรดาผู้อพยพที่ยังหลงเหลือออกนอกพื้นที่ศูนย์

มัลคอม เทิร์นบูล ผู้นำออสเตรเลียได้เคยกล่าวไว้ว่า ไม่มีเหตุผลที่ผู้ลี้ภัยที่ถูกกักตัวอยู่ด้านในศูนย์อพยพเหล่านี้ยังคงอาศัยอยู่ด้านในต่อไป ในเมื่อคนเหล่านี้มีทางเลือกที่จะหาที่อาศัยใหม่ได้ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตัวเองในชุมชนท้องถิ่นก็ตาม

เทิร์นบูลยังอ้างว่า บรรดากลุ่มนักค้ามนุษย์ต้องการใช้ข้อเสนอเช่นมาจากรัฐบาลนิวซีแลนด์เป็นโอกาสในการทำธุรกิจ และทำให้เชื่อว่า นี่เป็นเหตุผลที่ออสเตรเลียปฎิเสธข้อเสนอของนิวซีแลนด์

แต่อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ จาซินดา อาร์เดิร์น(Jacinda Ardern) ได้กล่าวถึงข้อเสนอรับตัวผู้อพยพในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า(26 ตุลาคม) ว่า เธอจะนำปัญหาเกาะมานุสเข้าหารือกับเทิร์นบูลอีกครั้งในโอกาสที่ 2 ชาติผู้นำจะพบปะในวันอาทิตย์(5 พฤศจิกายน)

“ดิฉันคิดว่า ใครก็ตามที่มองไปในสถานการณ์เช่นนั้น และเห็นถึงปัญหาที่มนุษย์ต้องประสบต่อสิ่งที่เป็นปัญหา ซึ่งทางนิวซีแลนด์อยู่ในฐานะที่โชคดีกว่าที่ไม่ต้องเจอ แต่ไม่ใช่กับออสเตรเลีย” อาร์เดิร์นให้ความเห็น

ส่วนผู้อพยพทั้งหมดที่ตกค้าง สามารถร้องขอการขอการอาศัยอย่างถาวรได้ภายในปาปัวนิวกินี หรือร้องขอย้ายไปอาศัยยังกัมพูชา หรือย้ายไปยังประเทศนาอูรู ซึ่งผู้ที่ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชี้ว่า มีจำนวนน้อยที่เลือกทำตามข้อเสนอดังกล่าว

อย่างไรก็ตามสำนักงานการเข้าเมืองและปกป้องพรมแดนออสเตรเลียยืนยันว่า สำหรับผู้อพยพที่ได้เลือกที่จะทำตามการเข้าอยู่ชั่วคราว สามารถได้รับความสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการและการให้ความช่วยเหลือที่นั่น

ทั้งนี้พบว่าในวันอังคาร(31 ตุลาคม) มีทีมกฎหมายได้ยื่นฟ้องต่อศ่าลปาปัวนิวกินี อ้างว่าการปิดศูนย์ผู้อพยพบนเกาะ ออสเตรเลียได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนเหล่านี้ และในคำฟ้องยังได้ขอให้ศาลยับยั้งการใช้อำนาจเพื่อบังคับให้คนเหล่านี้ออกจากศูนย์ผู้อพยพที่ถูกปิดตัว และเรียกร้องให้ย้านคนทั้งหมดไปยังออสเตรเลีย หรือประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัยกว่า

ความคิดเห็น

comments

About