Friday, 24/11/2017 | 7:07 UTC+7
i-News

นายกฯ เลบานอนโต้ไม่ถูกซาอุฯ กักตัว ย้ำอิหร่านตัวป่วนอาหรับ

นายกรัฐมนตรี สอิ๊ด อัล-ฮารีรี แห่งเลบานอนออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ (12 พฤศจิกายน)ว่าตนเอง “เป็นอิสระ” ไม่ได้ถูกทางการซาอุดีอาระเบียควบคุมตัวอย่างที่กลุ่มฮิสบุลลาต และประธานาธิบดีเลบานอนพยายามทำให้เกิดความเข้าใจเช่นนั้น ย้ำอิหร่านพยายามสร้างความวุ่นวายในโลกอาหรับ ระบุจะเดินทางกลับเลบานอนเร็วๆ นี้

สถานีโทรทัศน์ฟิวเจอร์ทีวีซึ่งเป็นสื่อของครอบครัว อัล-ฮารีรี ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์จากกรุงริยาด โดย อัล-ฮารีรี ปฏิเสธข่าวเท็จที่กล่าวหาว่าเขาถูกรัฐบาลซาอุฯ บีบให้ลาออก และกักตัวอยู่ในบ้านพัก

“ผมอยู่ที่นี่อย่างอิสระ ถ้าอยากเดินทางกลับพรุ่งนี้ผมก็สามารถทำได้” เขากล่าว

อัล-ฮารีรี ยืนยันว่า “ผมจะกลับไปเลบานอนเร็วๆ นี้” ก่อนจะขยายความต่อว่า ตนเองจะไปถึงกรุงเบรุต “ในอีก 2-3 วันข้างหน้า”

อัล-ฮารีรี วัย 47 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเลบานอนระหว่างอยู่ที่กรุงริยาดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พร้อมระบุว่ามีความพยายามลอบสังหารเขา และเขายังคงอยู่ในซาอุดิอาระเบียจนถึงขณะนี้

ด้าน ประธานาธิบดี มิเชล อูน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มฮิสบุลลาตแห่งเลบานอน ออกมากล่าวอ้างก่อนหน้านี้ว่านายกเลบานอน กำลังถูก “จำกัด” ความเคลื่อนไหว

ขณะที่ฮัสซัน นัสรุลลอฮฺ แกนนำกลุ่มฮิสบุลลาตประกาศก่อนหน้านี้ว่า การที่ซาอุดิอาระเบียกักตัวนายกรัฐมนตรีเลบานอน และบังคับให้ลาออกเท่ากับเป็นการประกาศสงครามกับเลบานอน

การลาออกของ อัล-ฮารีรี ได้ระบุชัดเจนว่าประเทศเลบานอนของเขากำลังถูกแทรกแซงจากอิหร่าน โดยมีฮิสบุลลาตเป็นแขนในการดำเนินการ และประกาศว่า แขนของอิหร่านจะต้องถูกตัด และยังระบุว่าอิหร่านได้พยายามบ่อนทำลายความมั่นคงของทั้งภูมิภาค

อัล-ฮารีรียังได้พูดย้ำอีกครั้งถึงประเด็นของอิหร่านในการสัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ (12) ว่า “เราจะปล่อยให้อิหร่านแทรกแซงกิจการของรัฐอาหรับทุกประเทศต่อไปอีกไม่ได้ และยังมีกลุ่มการเมืองหนึ่งที่คอยแทรกแซงช่วยเหลืออิหร่านอยู่ด้วย”

“บางทีอาจเกิดสงครามระหว่างชาติอาหรับกับอิหร่านก็เป็นได้ เราเป็นแค่ประเทศเล็กๆ จะเอาตัวเองไปยืนอยู่ตรงกลางทำไม”

อัล-ฮารีรี ซึ่งถือทั้งสัญชาติเลบานอนและซาอุฯ ให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำหนักแน่นตลอดการสัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ (12) เขายืนยันกับผู้สื่อข่าวหญิง พอลา ยากูเบียน ว่าเป็นคนเขียนจดหมายลาออกด้วยตัวเอง และต้องการนำกลับไปยื่นที่เลบานอน “แต่อาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัวผม”

เขาบอกด้วยว่า ยินดีที่จะ “เพิกถอนการลาออก” หากการแทรกแซงความขัดแย้งในภูมิภาคยุติลงได้

“เราจำเป็นต้องเคารพนโยบายไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน” อัล-ฮารีรี กล่าวย้ำโดยหมายถึงข้อตกลงที่กลุ่มการเมืองต่างๆ ในเลบานอนได้ทำร่วมกันว่าจะไม่แทรกแซงสงครามในซีเรีย ซึ่งคำกล่าวดังกล่าวได้พุ่งเข้าโดยตรงไปยังกลุ่มฮิสบุลลาตที่ส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาดในซีเรีย

ฮัสซัส นัสรุลลอฮฺ แกนนำทางจิตวิญญาณ และผู้คุมกำลังติดอาวุธชีอะห์ฮิสบุลลาต ให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (10) อ้างว่า อัล-ฮารีรี “ถูกคุมขังอยู่ในซาอุดีอาระเบีย และถูกห้ามไม่ให้เดินทางกลับเลบานอน”

นอกจากนี้ยังอ้างว่าอัล-ฮารีรีไม่ได้ประกฎตัวอีกเลยนับแต่ประกาศลาออก ขณะที่ความจริงตลอดสัปดาห์ที่แล้ว อัล-ฮารีรี ได้พบปะกับนักการทูตและเจ้าหน้าที่ซาอุฯ หลายคนในริยาด รวมถึงเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน นอกจากนี้ยังเดินทางจากซาอุฯ ไปเยือนกรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย

อัล-ฮารีรี ยังยืนยันว่า มิตรภาพระหว่างตนเองกับเจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียนั้นยอดเยี่ยม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความพยายามสยบข่าวลือเท็จที่ถูกปล่อยจากเลบานอนว่าเจ้าชายซาอุฯ กดดันให้เขาสละตำแหน่ง

“ด้วยความสัตย์จริง ผมมองพระองค์เป็นพี่น้อง และพระองค์ก็ทรงเห็นผมเป็นพี่น้องเหมือนกัน มันเป็นความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมและพิเศษมาก”

ทั้งนี้การลาออกของ อัล-ฮารีรี ซึ่งเพิ่งจัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์กับพวกฮิสบุลลาตได้ไม่ถึง 1 ปีอาจฉุดประเทศให้ดำดิ่งลงสู่วิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่มีใครที่เหมาะสมจะมาแทนที่ อัล-ฮารีรี ได้

บรรดาชาติตะวันตกก็ออกมาแสดงท่าทีหนุนหลังนายกฯ เลบานอน เต็มที่ โดย เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยกย่องเขาว่าเป็น “หุ้นส่วนที่เข้มแข็ง” พร้อมเตือนทุกฝ่ายว่าไม่ควรใช้เลบานอนเป็นสถานที่ก่อสงครามตัวแทน หรือบ่อนทำลายเสถียรภาพภายในรัฐเล็กๆ แห่งนี้

โดย อัล-ฮาริริ เป็นนักการเมืองชาวมุสลิมชั้นนำของเลบานอนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยล่าสุดได้ไม่ถึง 1 ปี ภายใต้การแทรงแซงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเลบานอน ที่รัฐบาลแทบจะคุมกองทัพไม่ได้ แม้เขาจะเคยทำหน้าที่เป็นนายกฯ มาแล้วในระหว่างปี 2009-2011

เขาดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ สมัยล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2016 ขณะที่เขาต้องบริหารประเทศภายใต้การประธานาธิบดี Michel Aoun ที่โดยปกติจะทำหน้าที่ทางพิธีการ แต่สำหรับ Michel Aoun ที่มีกลุ่มฮิสบุลลาตให้การหนุนหลังทำให้เขามีอำนาจเหนือรัฐบาลในการบริหารประเทศ ในขณะที่กลุ่มฮิสบุลลาตก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรี รอฟิก อัล-ฮารีรี ซึ่งเป็นพ่อของ สอิ๊ด อัล-ฮารีรีด้วย ในปี 2005 ด้วย

ด้าน AFP รายงานว่าได้รับสำเนาเอกสารจากนักการทูตซึ่งระบุว่า สันนิบาตอาหรับ (Arab League) เตรียมเปิดประชุมวิสามัญในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (19 พฤศจิกายน) ตามคำขอของซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือแนวทางตอบโต้พฤติกรรม “ล่วงละเมิด” ของอิหร่าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกเลบานอนลาออก รับไม่ได้ประเทศถูกอิหร่านครอบงำ

ความคิดเห็น

comments

About