Wednesday, 13/12/2017 | 10:25 UTC+7
i-News

รัสเซียวีโต ขวางคณะตรวจอาวุธเคมี UN ไม่ให้ตรวจในซีเรียต่อ

สิ่งที่ทุกคนได้ยินมันชัดเจนถึงผลกระทบ “เท่ากับว่ารัสเซียยอมรับว่ามีการใช้อาวุธเคมีในซีเรียจริง” ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวหลังรัสเซียใช้สิทธิวีโต ไม่ยอมต่ออายุคณะทำงานตรวจสอบอาวุธเคมีของสหประชาชาติให้ทำงานในซีเรียได้ต่อ

World Bulletin รายงานว่าเป็นครั้งที่ 10 แล้วสำหรับรัสเซียในการใช้สิทธิยับยั้งมติของสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับความขัดแย้งในซีเรีย โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่(16 พฤศจิกายน)ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น รัสเซียได้ขัดขวางมติของสหประชาชาติในการต่ออายุให้คณะทำงานตรวจสอบการโจมตีด้วยอาวุธเคมี ที่ส่งผลให้คณะทำงานชุดดังกล่าวต้องยุติบทบาทลงในทันที

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะทำงานของสหประชาชาติได้สรุปผลตรวจสอบเหตุใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนซีเรียเมืองคานเชคคุนเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา โดยระบุว่าระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด เป็นผู้โจมตีรุนแรงต่อผลเรือนดังกล่าว โดยคณะทำงานดังกล่าวจะมีหน้าที่ถึงวันศุกร์(17)นี้เท่านั้นหากไม่ได้รับการต่ออายุจากคณะมนตรีสหประชาชาติ

ร่างมติดังกล่าวจำเป็นต้องได้คะแนนเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 9 เสียเพื่อผ่านมติ แต่แล้วมติดังกล่าวได้เสียงสนับสนุนถึง 11 เสียงจากสมาชิกทั้งหมด 15 ชาติ แต่มติดังกล่าวก็เป็นอันสูญเปล่าเมื่อรัสเซียซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของคณะมนตรีความมั่นคงได้ใช้สิทธิวีโต

เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ Vasily Nebenzya อ้างว่าการทำงานของคณะทำงานตรวจสอบอาวุธเคมีสหประชาชาติ ไม่สมดุล และไม่สมจริง

รัสเซียเป็นผู้สนับสนุนหลักของระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด ในการดำเนินการทางการเมืองระหว่างประเทศ และยังได้ส่งกำลังทหาร และอาวุธเข้าสนับสนุนปฎิบัติการทางทหารต่อเป้าหมายต่างๆ ในซีเรียด้วย

CNN รายงานว่า Matthew Rycroft เอกอัคราชทูตสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติระบุว่า “เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ” ที่รัสเซียขัดขวางความพยายามของคณะกรรมการตรวจสอบอาวุธเคมีที่จะช่วยค้นหาความจริงเพื่อคลายความกังวลของรัสเซียเอง

ขณะที่ Olof Skoog เอกอัคราชทูตสวีเดนออกมาเรียกร้องให้มีการปรึกษาหารือเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน

“การกระทำของรัสเซียเท่ากับเป็นการสกัดกั้นการระบุตัวผู้ใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนชาวซีเรีย และยังเท่ากับเป็นการเปิดทางให้มีการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนชาวซีเรียได้อีกในอนาคต” Nikki Haley เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติกล่าวในแถลงการสั้นๆ พร้อมย้ำว่า “สิ่งที่ทุกคนได้ยินมันชัดเจนถึงผลกระทบ “เท่ากับว่ารัสเซียยอมรับว่ามีการใช้อาวุธเคมีในซีเรียจริง””

พลเรือนชาวซีเรียเกือบ 100 คนเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยก๊าซพิษซารินเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่เมื่อคานเชคคุน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย และยังพบการใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนซีเรียมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2013

ก่อนหน้านี้รัสเซียพยายามเสนอร่างของตนเองต่อคณะมนตรีสหประชาชาติ แต่ต้องถอนร่างดังกล่าวออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้มติในการโหวต ขณะที่ร่างของโบลิเวียซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซีย และเขียนร่างด้วยข้อความของรัสเซียมีชาติสมาชิกสนับสนุนเพียง 4 ชาติ จากทั้งหมด 15 ชาติ โดยร่างที่จะผ่านสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชติได้ต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 9 ชาติ

จากนั้น ญี่ปุ่น จึงได้จัดทำร่างของตนขึ้นเพื่อขอให้คณะมนตรีต่ออายุคณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติออกไปอีก 1 เดือน เพื่อให้การทำงานของสหประชาชาติได้ทำงานต่อ แต่ถูกรัสเซียวีโตเป็นครั้งที่ 11 เกี่ยวกับประเด็นซีเรียจนมติตกไป และการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติต้องยุติลงทันที

ล่าสุดคณะมนตรีความมั่นคงได้จัดประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันศุกร์สำหรับหารือในประเด็นการทำงานของคณะกรรมการร่วมตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีของสหประชาชาติ หรือ (JIM) ก่อนที่อายุของคณะกรรมการจะหมดลงในเวลาเที่ยวคืน แต่ไม่มีการลงคะแนนเสียที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมติก่อนหน้านี้แต่อย่างใด

Sebastiano Cardi เอกอัคราชทูตอิตาลีประจำสหประชาชาติ ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ บอกว่าการประชุมจะเดินหน้าต่อไปเพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว

ความคิดเห็น

comments

About