Saturday, 15/6/2019 | 8:44 UTC+7
i-News

ไคโรระอุ! “แฟนบอล” ปะทะตำรวจตาย 22 ศพ-ยัวะถูกห้ามเข้าสนาม

เกิดเหตุจลาจลที่ด้านหน้าสนามฟุตบอลชานกรุงไคโรของอียิปต์เมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) หลังกลุ่มแฟนบอลทีมซามาเล็ก (Zamalek) ปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเนื่องจากไม่พอใจที่ถูกห้ามเข้าสนาม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 22 ราย สำนักงานอัยการอียิปต์รายงาน

แพทย์และผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า เหยื่อส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจในช่วงที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มแฟนบอลที่พยายามบุกเข้าไปชมการแข่งขันระหว่างสโมสรฟุตบอลซามาเล็ก และเอ็นเนปปี (Enppi)

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขอียิปต์ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ โดยสรุปยอดผู้เสียชีวิตไว้เพียง 19 คน บาดเจ็บ 20 คน ส่วนเหตุผลที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตของทางกระทรวงกับสำนักงานอัยการไม่ตรงกันนั้นยังไม่ชัดเจน

การกระทบกระทั่งระหว่างแฟนบอลอียิปต์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเหตุตะลุมบอนที่เมืองพอร์ตซาอิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 72 ราย

รัฐบาลอียิปต์ได้พยายามป้องกันโดยออกมาตรการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันแต่ละแมตช์ ทว่านั่นก็ยิ่งทำให้แฟนบอลที่พลาดโอกาสเข้าไปเชียร์ทีมที่ตนคลั่งไคล้ไม่พอใจ และพยายามที่จะบุกเข้าไปในสนามให้ได้

ที่ด้านหน้าโรงพยาบาลในกรุงโคไร กลุ่มวัยรุ่นสวมเสื้อที-เชิ้ตของทีมซามาเล็กอยู่ในอาการตื่นตระหนก ขณะที่ครอบครัวแฟนบอลก็ทยอยเดินทางมาสอบถามว่าลูกหลานของตนปลอดภัยหรือไม่

คุณแม่รายหนึ่งถึงกับปล่อยโฮและโวยวายไม่เป็นภาษา หลังเห็นชื่อลูกชายตนเองอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต

“ฉันบอกเขาแล้วว่าอย่าไปดูบอลเลย” เธอกล่าว

ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอียิปต์กับกลุ่มแฟนบอลหัวรุนแรงที่รู้จักกันในชื่อ “อัลตร้าส” เริ่มไม่ลงรอย นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติโค่นล้มระบอบเผด็จการ ฮอสนี มูบารัค เมื่อปี 2011 ซึ่งกลุ่มอัลตร้าส์ถือเป็นกำลังสำคัญ

กระทรวงมหาดไทยอียิปต์แถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “แฟนบอลทีมซามาเล็กจำนวนมากเดินทางไปที่สนามกีฬากองทัพอากาศเพื่อเข้าชมการแข่งขัน และพยายามใช้กำลังบุกเข้าไปในสนาม ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขัดขวาง”

สำนักงานอัยการอียิปต์ได้ออกหมายจับแกนนำกลุ่ม “อัลตราส์ ไวท์ ไนต์ส” ซึ่งเป็นฉายาของแฟนบอลทีมซามาเล็ก หลังเกิดเหตุนองเลือดขึ้นเมื่อวานนี้ (8)

กลุ่มอัลตราส์ ไวท์ ไนต์ส ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กยกย่องผู้เสียชีวิตทั้ง 22 คนว่าเป็น “ผู้สละชีพ” (martyrs) พร้อมกล่าวหาเจ้าหน้าที่ความมั่นคงว่า “สังหารหมู่” ประชาชน

แม้จะเกิดเหตุจลาจลรุนแรงที่นอกสนาม แต่การแข่งขันฟุตบอลระหว่าง 2 ทีมยังดำเนินต่อไป และจบลงด้วยสกอร์เสมอ 1-1

ความคิดเห็น

comments

About