Wednesday, 13/12/2017 | 10:21 UTC+7
i-News

ปาเลสไตน์เตือนทรัมป์กระทบแรง ถ้าย้ายสถานทูตมาเยรูซาเล็ม

สำนักงานประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่อาวุโสของปาเลสไตน์ได้เตือนถึงผลกระทบที่รุนแรง จากการปฏิเสธกรุงเยรูซาเล็มตะวันออก ในการเป็นเมืองหลวงของรัฐในอนาคต

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อาจตัดสินใจในการย้ายสถานทูตจากกรุงเทลอาวีฟ มายังกรุงเยรูซาเล็มในเร็วๆ นี้

รายงานข่าวระบุว่าทรัมป์สามารถเลื่อนการย้ายสถานทูตออกไปอีกครั้ง แต่การยอมรับกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอลเป็นนโยบายที่มีมายาวนานของรัฐบาลสหรัฐฯ และนโยบายดังกล่าวยังเป็นการจุดฉนวนความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นาย Saeb Erekat เลขาธิการคณะกรรมการบริหารของ PLO กล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับผู้นำอาหรับผู้ซึ่งได้ถ่ายทอดข้อความเช่นเดียวกันว่า “กรุงเยรูซาเล็มเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ไม่เพียงแต่สำหรับชาวปาเลสไตน์ แต่มันเป็นสำหรับชาวอาหรับชาวมุสลิม และคริสเตียนทุกแห่ง”

Erekat กล่าวกับอัลญะซีเราะห์เมื่อวันศุกร์(1 ธันวาคม) จากรัฐเวอร์จิเนียสหรัฐอเมริกาว่า “ทุกคนได้แจ้งให้ทางการสหรัฐฯทราบว่า กรุงเยรูซาเล็มไม่ได้เป็นเพียงคำถามสำหรับปาเลสไตน์เท่านั้น แต่ยังเป็นคำถามชาวอาหรับ และชาวมุสลิมทั้งโลกด้วย”

“รัฐบาลสหรัฐฯ มีความเข้าใจในผลกระทบที่ใหญ่โตนี้หรือไม่”

“เรากำลังได้รับการบอกเล่าว่า การทำตามสัญญาไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซึ่งถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากปัญหาภายในของสหรัฐฯ ที่กำลังเผชิญหน้ากับทรัมพ์ หรือคนอื่น ๆ … แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่เรากังวล”

“นี่เป็นปัญหาใหญ่มากหากกระทำต่อกรุงเยรูซาเล็ม คุกคามมัสยิดอัล-อักซอ คุกคามต่อคริสตจักร และสุสานสำคัญ ซึ่งทรัมป์กำลังเล่นกับไฟ”

“ไม่มีความหมายสำหรับรัฐปาเลสไตน์ถ้าไม่มีกรุงเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง”

ในคำแถลงที่เผยแพร่ทางสำนักข่าววาฟาของปาเลสไตน์ Nabil Abu Rudeina โฆษกของประธานาธิบดีปาเลสไตน์ มะห์มุด อับบาส กล่าวว่าการรับรู้กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และการย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปยังเยรูซาเล็มจะเป็นอันตรายต่อกระบวนการสันติภาพ และจะส่งผลให้ภูมิภาคเข้าสู่ความไม่มั่นคง

เขากล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า “การที่อเมริกันยอมรับเยรูซาเล็มว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เป็นการทำลายกระบวนการสันติภาพ”

ชาวปาเลสไตน์ต้องการให้กรุงเยรูซาเล็มตะวันออกว่าเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต และไม่ยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจถือได้ว่าเป็นการยึดครองของอิสราเอล ที่ต้องการผนวกดินแดนปาเลสไตน์ในฝั่งตะวันออกของเยรูซาเล็มเข้าไปด้วย

Nabil Abu Rudeina กล่าวว่าการแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียวในตะวันออกกลางจำเป็นต้องได้รับการยอมรับว่าเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ

“เยรูซาเล็มตะวันออกกับสถานที่สำคัญทางศาสนาที่ตั้งอยู่ที่นี้เป็นจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุดของการแก้ปัญหาใด ๆ และโครงการใด ๆ ที่ช่วยให้พื้นที่จากการทำลายล้าง” เขาบอกกับสำนักข่าว Wafa

อิสราเอลยึดครองเยรูซาเล็มตะวันออกหลังสงครามหกวันแห่งปี 1967 แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่เคยได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ

ปัจจุบันไม่มีประเทศใดมีสถานทูตในกรุงเยรูซาเล็ม แต่จะตั้งสถานทูตไว้ที่เมืองท่าของอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟแทน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสคนหนึ่งของสหรัฐฯว่าทรัมป์มีโอกาสที่จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันพุธที่จะประกาศว่ากรุงเยรูซาเล็มว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

นอกจากนี้ยังมีการอ้างถึงเจ้าหน้าที่บริหารอีกสองคนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ว่าแม้ในขณะที่ทรัมพ์กำลังพิจารณาแถลงการณ์ แต่เขาก็คาดว่าจะชะลอการประกาศนี้อีกครั้ง สำหรับการย้ายสถานทูตสหรัฐฯไปที่นั่น

ทรัมพ์กล่าวว่าเขาต้องการจะเปิดการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์เพื่อหาข้อตกลงที่ดีที่สุด

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในนโยบายของสหรัฐฯจะทำให้เป้าหมายนี้ยากที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นักวิเคราะห์ในตะวันออกกลางกล่าว

ความคิดเห็น

comments

About