Wednesday, 13/12/2017 | 10:38 UTC+7
i-News

OIC ย้ำไม่มีเจรจาประเด็นเยรูซาเล็ม

OIC ย้ำจุดยืนประชาชาติอิสลามต่อสถานะของกรุงเยรูซาเล็ม ต้องไม่เปลี่ยนแปลง และไม่อยู่บนเงื่อนไขของการเจรจาใดๆ

องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ได้แสดงความเห็นต่อความพยายามในการเปลี่ยนสถานะทางประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศของกรุงเยรูซาเล็มดินแดนที่ถูกอิสราเอลยึดครอง

ในการประชุมวิสามัญของคณะกรรมการผู้แทนถาวรของ OIC เมื่อวันจันทร์ที่(4 ธันวาคม)ผ่านมาโดยมีการแถลงการณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลสหรัฐในการเปลี่ยนสถานะของกรุงเยรูซาเล็ม ในการย้ายสถานทูตสหรัฐอเมริกามาตั้งที่นี่ตามความต้องการของอิสราเอล

คำแถลงยืนยันถึงความสำคัญต่อชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเยรูซาเล็มที่มีความสำคัญต่ออุมมะห์อิสลามทั้งหมด และจะเป็นสำนักงานใหญ่และถาวรของ OIC

นอกจากนี้ยังยืนถึงเยรูซาเล็มตะวันออกในความสำคัญสหรับชาวอาหรับ และประชาชาติอิสลาม ในการเป็นเมืองหลวงของชาวปาเลสไตน์ซึ่งถูกยึดครองโดยอิสราเอล และแถลงการณ์ยังได้ประณามมาตรการที่ผิดกฎหมายซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการยึดครองของอิสราเอล ที่จะช่วยในการเปลี่ยนสถานะประชากรศาสตร์ และเอกลักษณ์ของเมืองศักดิ์สิทธิ์นี้ ไปตามที่อิสราเอลตั้งการ

OIC ยังได้กล่าวประณามต่อคำแถลง และท่าทางทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯที่ท้าทายสถานที่สำคัญทางศาสนาอิสลาม โดยย้ำว่าการกระทำดังกล่าวจะมีผลกระทบที่ร้ายแรง และก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

“ประชาชาติอิสลาม และรัฐสมาชิก OIC จะไม่ยอมรับการกระทำที่ไม่เป็นมิตร ที่ทำให้สถานะของกรุงเยรูซาเล็มแย่ลง และ OIC จะมีการเคลื่อนไหวในทันทีหากสิ่งนี้เกิดขึ้น” แถลงการณ์ระบุ

คำกล่าวดังกล่าวย้ำถึงอำนาจอธิปไตยของรัฐปาเลสไตน์ในดินแดนปาเลสไตน์ทั้งหมดที่ถูกยึดครองใน พ.ศ. 2510 รวมถึงเยรูซาเล็มตะวันออกและพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน OIC ให้คำมั่นที่จะยืนอยู่ในทางของขั้นตอนใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบในเชิงลบนี้

แถลงการณ์ของ OIC ย้ำว่ามาตรการทางกฎหมายและการดำเนินการทั้งหมดที่อิสราเอลผู้ยึดครอง ในการกำหนดระเบียบเกี่ยวกับกรุงเยรูซาเลม ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และเป็นโมฆะตามกฎหมายขององค์การสหประชาชาติ และเรียกร้องให้แยกความแตกต่างระหว่างอิสราเอลกับ ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองตั้งแต่ปี 1967 รวมทั้งกรุงเยรูซาเล็ม

OIC เรียกร้องให้ทุกรัฐสมาชิกตัดความสัมพันธ์กับหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่ดำเนินการในการสนับสนุนต่อการผนวกเมืองสำคัญนี้ ให้เป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล

OIC ยังระบุอีกว่าถนนสู่สันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลางเริ่มต้นด้วยการเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของอิสราเอล และบังคับให้อิสราเอลถอนตัวออกจากดินแดนของปาเลสไตน์โดยเฉพาะกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อให้เป็นไปตามมติขององค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

OIC ชี้ให้เห็นว่าหากสหรัฐฯ รับรองกรุงเยรูซาเล็มว่าเป็น “เมืองหลวงของอิสราเอล” OIC มีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีการจัดประชุมฉุกเฉินในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ และจากนั้นจึงมีการประชุมฉุกเฉินในระดับผู้นำสุดต่อไป

ด้านเจ้าชายคอลิด บิน ซัลมาน เอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐอเมริกาแถลงว่า ความเคลื่อนไหวของสหรัฐที่จะรับรองสถานะเยรูซาเล็ม ก่อนที่จะมีการตกลงกันได้ในเรื่องนี้ จะส่งผลกระทบต่อสันติภาพและก่อให้เกิดความตึงเครียดกันมากขึ้น แถลงการณ์ระบุว่าซาอุดีอาระเบียยังคงสนับสนุนประชาชนชาวปาเลสไตน์ โดยมีเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง

ขณะที่ประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครงของฝรั่งเศส ได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำสหรัฐ และแสดงความกังวลกับแนวโน้มที่สหรัฐจะเดินหน้าแต่เพียงฝ่ายเดียวในการรับรองนครเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เพราะการตัดสินใจใดๆในเรื่องนี้จะต้องอยู่ภายในกรอบการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เพื่อให้อิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและมั่นคง อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีทรัมป์ได้เลื่อนกำหนดการตัดสินใจจากวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคมออกไปแล้ว

ก่อนหน้านี้สหรัฐแถลงเรื่องการเตรียมย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอลจากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเล็ม ซึ่งจะถือว่าเป็นการรับรองสถานะเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลไปโดยปริยาย ซึ่งจะเท่ากับว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อมติสหประชาชาติที่ให้อิสราเอลต้องส่งมอบดินแดนดังกล่าวที่ยึดครองไปจากชาวปาเลสไตน์หลังปี 1967 ทั้งหมดคืนให้กับชาวปาเลสไตน์

โดยแม้แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็ออกมาเตือนในเรื่องดังกล่าวจะถือเป็นการละเมิดนโยบายของสหรัฐเองที่ดำเนินมานานหลายสิบปีในการไม่แสดงจุดยืนต่อสถานะเยรูซาเล็ม โดยปล่อยให้เป็นการเจรจาและตัดสินใจระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ หากประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจเดินหน้าในเรื่องนี้ จะยิ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้านและความรุนแรงจากฝั่งปาเลสไตน์ และมุสลิมทั่วโลก เนื่องจากจะเท่ากับรับรองว่าเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

เจ้าหน้าที่ต่างประเทศสหรัฐสองคนซึ่งไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า แผนการรับรองเยรูซาเล็มเป็นที่คัดค้านของกองกิจการตะวันออกใกล้และเอกอัครราชทูตในภูมิภาคที่กังวลว่า จะกระทบต่อความมั่นคง เจ้าหน้าที่บางคนเกรงว่าจะส่งผลเสียต่ออิสราเอล รวมทั้งผลประโยชน์ของสหรัฐในตะวันออกกลาง

ความคิดเห็น

comments

About