Sunday, 21/1/2018 | 8:19 UTC+7
i-News

ผู้ประท้วงตายคาคุกแล้ว 3 หลังถูกทางการอิหร่านจับได้

หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฎิวัติอิหร่านได้ใช้กำลังเข้าสกัดการประท้วงของเยาวชนที่ลุกขึ้นมาขับไล่ระบอบการปกครองอิหร่าน ล่าสุดมีผู้ประท้วงอย่างน้อย 3 คน เสียชีวิตแบบมีเงื่อนงำระหว่างถูกคุมตัวตามการเปิดเผยของกลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่าน ท่ามการกลางกวดล้างและจับกุมผู้ประท้วงที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันอังคาร (9 มกราคม) กลุ่มสิทธิมนุษยชนในอิหร่านต่างออกมาแสดงความวิตกต่อการจับกุมครั้งใหญ่ต่อผู้ร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่มีผู้เข้าร่วมมากสุดในรอบ 10 ปี หลังพบว่ามีผู้ประท้วงอย่างน้อย 3 คนเสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัว

ด้านรัฐสภาอิหร่านแถลงถึงตัวเลขการจับกุมถึง 3,700 คนในช่วงเวลาที่เกิดการประท้วง 2 สัปดาห์ โดยเว็บไซต์รัฐสภาอิหร่าน icana.ir ได้รายงานคำพูดของสมาชิกรัฐสภาอิหร่าน มะห์มูด ซาเดกี (Mahmoud Sadeghi) ที่ได้ออกมาชี้ว่า หน่วยงานความมั่นคงอิหร่าน และหน่วยงานข่าวกรองอิหร่านได้มีการจับกุมตัวผู้ประท้วง ทำให้เป็นการยากที่จะประเมินถึงตัวเลขผู้ถูกจับกุมที่แท้จริง

ซึ่งก่อนหน้า รัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่าน อับดุลรีซา เราะห์มานี ฟาซลี(Abdolreza Rahmani Fazli) เคยแถลงว่า มีจำนวนผู้ประท้วงสูงสุดไม่เกิน 42,000 คนได้เข้าร่วมการประท้วงรัฐบาล ซึ่งตัวเลขการจับกุมที่เปิดเผยมาในวันอังคาร(9) ทำให้ชี้ไปได้ว่า มีมากกว่า 10% ของผู้ที่ได้เข้าร่วมการประท้วงถูกจับกุมตัว

สมาชิกรัฐสภาอิหร่านที่ใกล้ชิดกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวกลางถนนเรียกร้องปฎิรูปได้ออกมายืนยันในวันจันทร์(8)ว่า มีผู้ถูกจับกุม 1 รายเสียชีวิตคือ ซีนา กานบารี(Sina Ghanbari) โดยพบว่าเขาเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมภายในเรือนจำเอวิน(Evin)

นอกจากนักกฎหมายสิทธิมนุยชนชื่อดังอิหร่าน นาสริน โซเตาเดะห์ (Nasrin Sotoudeh)ได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวเดอะการ์เดียนผ่านทางโทรศัพท์ว่า มีผู้ประท้วงที่ถูกจับกุมอย่างน้อย 2 รายที่เสียชีวิตภายในเรือนจำ

โดยในช่วงระหว่างการประท้วงที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามการประท้วงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 คนเป็นอย่างน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ประท้วง และมีจำนวนมากกว่า 1,000 คน รวมไปถึงนักศึกษาอิหร่าน 90 รายถูกจับกุม

โซเตาเดะห์กล่าวว่า “ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับนักโทษ 1 รายจากเรือนจำเอวิน และได้รับการบอกเล่าว่า มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 3 รายเสียชีวิต” และเธอกล่าวต่อว่า “ในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมครั้งใหญ่ พวกเขาไม่สามารถอ้างการปกป้องสิทธิของพวกเขาได้ มันไม่สามารถเป็นไปได้ในสถานการณ์สำหรับกระบวนการทางยุติธรรมที่จะสามารถดำเนินไปได้ในท้ายที่สุด” ซึ่งเป็นการแสดงความวิตกเป็นอย่างมากที่สุดถึงปัญหาที่อาจมีการตั้งคุกลับอิหร่านขึ้น

ด้านกลุ่มนักการเมืองสายปฎิรูปอิหร่าน รวมไปถึง สมาชิกรัฐสภาฝีปากกล้า มะห์มูด ซาเดกี ได้เตือนผ่านทางทวีตเตอร์ว่า “ผมได้ขอเตือนประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่ข่าวกรองและเจ้าหน้าที่กระบวนการทางยุติธรรมอิหร่านที่อาจเกิดกรณีคุกลับ คาห์ริซัค(Kahrizak)ซ้ำอีกครั้ง”

ทนายความได้ออกมาแสดงความสงสัยถึงการกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่ ซึ่งชี้ไปว่า กานบารี ที่ถูกควบคุมตัวนั้นฆ่าตัวตายเอง โดยเธอได้ชี้ว่า การเสียชีวิตของผู้ประท้วงรายนี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการกวาดล้างนั้นเกิดขึ้นจริง แต่เร็วเกินไปกว่าที่จะเข้าใจถึงขอบเขตความรุนแรงได้ โดยเธอชี้ว่า “ในปี 2009 ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์จีงจะมีการเปิดเผยถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นภายในคุกลับคาห์ริซัค”

ทนายความสิทธิมนุษยชนอิหร่านยังยืนยันด้วยว่า “เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้ต้องขัง”

ด้านนักวิจัยประจำองค์การแอมเนสตีในอิหร่าน นาสซิม ปาปาเยียนนี(Nassim Papayianni) ได้ออกมาให้ความเห็น โดยชี้ว่าการสอบสวนของทางแอมเนสตีแสดงให้เห็นว่า “เป็นอีกครั้งและอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงสภาพที่โหดร้ายภายในเรือนจำอิหร่าน ที่มีทั้งผู้ต้องขังล้นคุก การระบายอากาศที่แย่ และแม้กระทั่งมีหลักฐานถึงการทรมานนักโทษ

โดยกล่าวว่า “ทางเราเกรงว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านจะปฎิเสธที่จะให้ข้อมูลกับครอบครัวผู้ถูกจับกุมถึงชะตาและว่าในเวลานี้ผู้ถูกจับกุมเหล่านี้นั้นอยู่ที่ใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องยุติกำแพงแห่งความเงียบและเริ่มต้นให้ข้อมูลกับครอบครัวของคนเหล่านี้”

ความคิดเห็น

comments

About