Tuesday, 20/11/2018 | 7:49 UTC+7
i-News

UN ห่วงเข้าข่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เหตุปิดล้อม-โจมตี “ฆุตเฏาะห์-อิดลิบ”

ที่ปรึกษาพิเศษด้านการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขององค์การสหประชาชาติ และที่ปรึกษาพิเศษขององค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการป้องกัน กล่าวแสดงความเป็นห่วงต่อความรุนแรงจากการปิดล้อมและโจมตีอย่างหนักใน ฆุตเฏาะห์ตะวันออก และอิดลิบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่(18 มกราคม)ผ่านมา

Adama Dieng และ Ivan Simonovic ได้ออกแถลงการณ์ร่วมที่แสดงความกังวลของพวกเขาว่า “ในผลกระทบร้ายแรงของสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นใน ฆุตเฏาะห์ตะวันออก และอิดลิบ ในซีเรียต่อพลเรือน”

แถลงการณ์เตือนว่าทั้งสองจุด “พื้นที่ปลอดภัยตามกระบวนการเจรจาในกรุงอัสตานา และควรเป็นสถานที่ที่พลเรือนควรคาดหวังว่าจะอยู่ได้อย่างปลอดภัย”

มันชี้ให้เห็นว่าประมาณ 393,000 คนใน ฆุตเฏาะห์ตะวันออกถูกโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิดทางอากาศ, การระดมยิงด้วยปืนใหญ่ จากกองกำลังติดอาวุธของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด และพรรคพวกของเขา ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา(2017) จนถึงขณะนี้

“คนเหล่านี้อยู่ภายใต้สภาวะที่รุนแรงอันเป็นผลมาจากการถูกล้อมโดยระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ทำให้ต้องมีชีวิตอยู่โดยขาดแคลนอาหาร และคนจำนวนมากประสบภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง”

ตามข้อมูลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ชาวซีเรียอย่างน้อย 85 คนซึ่งรวมถึงเด็ก 30 คนเสียชีวิตในฆุตเฏาะห์ตะวันออกในช่วงเวลาไม่ถึง 20 วัน(ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2017 – 18 มกราคม 2018)

การโจมตีต่อเป้าหมายต่างๆ ที่รุนแรงขึ้นในทางตอนใต้ของจังหวัด Idlib และย่านชนบททางตอนเหนือของจังหวัด Hama ได้ก่อให้เกิดการเสียชีวิตจำนวนมากและการพลัดถิ่นพลเรือนกว่า 200,000 คนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุ

“ระดับของความรุนแรงและความทุกข์ทรมานต่อชาวซีเรียหลังจากเกือบเจ็ดปีแห่งความขัดแย้ง มันไม่ควรได้รับการยอมรับให้เป็นเรื่องปกติ” แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า “โครงสร้างพื้นฐานของประเทศมากกว่าครึ่งหนึ่งได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลาย และชาวซีเรียกว่า 13 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม”

“เราไม่สามารถยืนอยู่อย่างเงียบๆ ในการเผชิญหน้ากับความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และกฎหมายด้านมนุษยธรรม … เราขอเรียกร้องให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดรวมถึงคณะมนตรีความมั่นคง ดำเนินการเพื่อลงโทษต่อผู้ใช้ความรุนแรงนี้ และเราขอเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งดำเนินการบนหลักการพื้นฐานของกฎหมายด้านมนุษยธรรม”

ชาวซีเรียประมาณ 400,000 คน ในฆุตเฏาะห์ระวันออกยังคงถูกปิดล้อม และโจมตีอย่างรุนแรงจากระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2012

ฆุตเฏาะห์ตะวันออก และอิดลิบ เป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัยตามการเจรจาสันติภาพที่กรุงอัสตานา โดยมีตุรกี, อิหร่าน และรัสเซีย เป็นผู้ค้ำประกัน แต่การโจมตีอย่างหนักที่เกิดขึ้นถือเป็นการฉีกข้อตกลงอย่างชัดเจน

ที่มา World Bulletin

ความคิดเห็น

comments

About