Thursday, 21/6/2018 | 10:11 UTC+7
i-News

UN เรียกร้อง “รัสเซีย-อิหร่าน-ตุรกี” เปิดทางองค์กรบรรเทาทุกข์เข้าซีเรีย

สหประชาชาติได้เรียกร้องอีกครั้งไปยังชาติมหาอำนาจที่อยู่เหนือสถานการณ์ในซีเรีย เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เร่งด่วนเข้าไปยังพื้นที่ขัดแย้งในซีเรียที่ยังคงมีปฎิบัติการต่อพลเรือนอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของรอยเตอร์

ที่ปรึกษาด้านมนุษยธรรม Jan Egeland ได้เรียกร้องให้รัสเซีย, ตุรกี และอิหร่านเร่งรัดการยุติการใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดอิดลิบซึ่งเขากล่าวว่า “เสียงกรีดร้องเพื่อหยุดยิง”

หน่วยงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติไม่สามารถส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังพื้นที่ปิดล้อมทั่วดินแดนซีเรียได้นานกว่าสองเดือนแล้ว เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตในการเดินทางเข้าพื้นที่ปิดล้อมเหล่านั้นจากระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด ซ้ำยังข่มขู่ด้วยการประกาศไม่รับรองความปลอดภัย และความไม่สะดวกในการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าในพื้นที่

“เป็นเวลาที่แย่ที่สุดในการร้องขอการอำนวยความสะดวกแก่เรา” Egeland กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากได้พบกับนักการทูตอาวุโสในเจนีวา

“เมื่อเราต้องการความสามารถจากผู้ที่มีอิทธิผลเหนือทั้งสองฝ่ายมากที่สุดในช่วงเวลาที่ไร้มนุษยธรรมนี้ การทำงานด้านมนุษยธรรม การทูตมนุษยธรรม ดูเหมือนจะไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ตอนนี้เราไม่เห็นหนทาง”เขากล่าว

การโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายตลาดการค้าที่แออัด และโรงพยาบาลในจังหวัดอิดลิบ ในสัปดาห์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต มากกว่า 33 ราย รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ของเธอ

“ฉันบอกสมาชิกกองกำลังพิเศษด้านมนุษยธรรมว่า เราไม่สามารถมีสงครามในแบบเดิมได้ แล้วอะไรคือหลักของค่ายผู้อพยพ” Egeland กล่าว

ไกลออกไปทางเหนือ ตุรกี ได้ใช้ปฎิบัติการทางทหารในเขต Afrin ได้ทำให้เกิดการอพยพของคน 15,000 คน, Egeland กล่าวเพิ่มอีกว่า “นอกจากนี้ยังมีรายงาน … ว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้พยายามขัดขวางไม่ให้พลเรือนอพยพออกจาก Afrin ด้วย”

ขณะที่ในดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออกที่ถูกปิดล้อม ชายกรุงดามัสกัส ส่งผลให้พลเรือนราว 400,000 คนถูกปิดล้อม และผู้ป่วย 750 คนต้องการอพยพทางการแพทย์เร่งด่วน เขาย้ำความการโจมตีในพื้นที่ดังกล่าวต้องหยุดทันที

“เรามีข้อบ่งชี้จากทั้งสองฝ่ายว่าพวกเขาต้องการ แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้น และทั้งสองฝ่ายต้องช่วยเรา แต่ยังคงมีการโจมตีทางอากาศ และการโจมตีภาคพื้นที่อย่างหนักจากระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด และมีการตอบโต้จากพื้นที่ด้วยการยิงโจมตีเข้าไปในดามัสกัดด้วย”

#WarInSyria

ฆุตเฎาะห์ตะวันออก และจังหวัดอิดลิบ เป็นพื้นที่ลดความรุนแรงภายใต้การเจรจาที่กรุงอัสตานาตามข้อตกลงกันโดยมีรัสเซีย, ตุรกี และอิหร่าน เป็นผู้ค้ำประกัน

อย่างไรก็ตามข้อตกลงนี้ก็ยังคงถูกละเมิดอย่างสม่ำเสมอโดยกองกำลังที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด โดยเฉพาะในจังหวัดอิดลิบ และฆุตเฎาะห์ตะวันออก ได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตีอย่างหนักจากระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

เมื่อเดือนที่แล้วที่ปรึกษาพิเศษด้านการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของสหประชาชาติ และที่ปรึกษาพิเศษพิเศษของสหประชาชาติเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการคุ้มครอง ได้แสดงความกังวล เกี่ยวกับสถานการณ์ในอิดลิบ และฆุตเฎาะห์ตะวันออก

นอกจากนี้ในระหว่างเจรจาสันติภาพในรัสเซีย 2 วัน มีพลเรือนชาวซีเรียถูกสังหารอย่างน้อย 39 คน เป็นเด็ก 8 คน มุสลิมะห์ 4 คน อันเป็นผลจากการโจมตีทางอากาศจากกองกำลังรัสเซีย และการโจมตีภาคพื้นดินที่หนักหน่วงทั้งจรวจ ปืนใหญ่ และระเบิดของบาชาร์ อัล-อัสซาด ต่อพื้นที่พลเรือนในซีเรีย ในระหว่างการเจรจาสันติถาพ (29-30 มกราคม) ที่เมืองโซชิ ของรัสเซีย

ขณะที่การโจมตีทางอากาศ 150 ครั้งในวันเดียวของรัสเซีย และระบอบการปดครองบาชาร์ อัล-อัสซาด ต่อย่านชนบทของจังหวัดอเลปโป ทางตอนเหนือของซีเรีย ได้ทำให้มีอย่สงน้อย 20 เสียชีวิต ขณะที่หลายสิบคนได้รับบาดเจ็บ

ความคิดเห็น

comments

About