Thursday, 22/2/2018 | 2:26 UTC+7
i-News

มัลดีฟส์ประกาศภาวะฉุกเฉินส่งทหารล้อมศาล หลังศาลสั่งปล่อยคู่แข่งการเมือง

เมื่อวันจันทร์(5 กุมภาพันธ์)กองทัพส่งทหารบุกเข้าล้อมศาลสูงสุดมัลดีฟส์ จับตัวอดีตประธานาธิบดี เมามูน อับดุล กายูม (Maumoon Abdul Gayoom ) และผู้พิพากษา 2 คน หลังจากประธานาธิบดีมัลดีฟส์คนปัจุบัน อับดุลลา ยามีน อับดุล กายูม ประกาศยืนยันไม่ทำตามคำสั่งศาล ปล่อยตัวแกนนำนักโทษทางการเมืองออกจากคุกเด็ดขาด พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 15 วัน

เดอะการ์เดียนรายงานว่า มัลดีฟส์ตกอยู่ในภาวะวิกฤตทางการเมืองตั้งแต่วันพฤหัสบดี(2)ก่อนหน้าเมื่อศาลสูงสุดมัลดีฟส์ออกคำพิพากษาให้ปล่อยตัว 9 นักโทษทางการเมืองซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านให้ออกจากเรือนจำ โดยชี้ว่า การไต่สวนคนเหล่านี้มีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง และมีความผิดปกติเกิดขึ้น แต่ทว่ารัฐบาลมัลดีฟส์ของประธานาธิบดี อับดุลลา ยามีน อับดุล กายูม ปฎิเสธที่จะทำตามคำสั่งศาล ส่งผลทำให้ถนนในมัลดีฟส์ รวมไปถึงในกรุงมาลี(Male) ซึ่งเป็นเมืองหลวง เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มประท้วงและเจ้าหน้าที่ปราบจลาจล

โดยในช่วงกลางดึกวันจันทร์(5) มีกองกำลังทหารมัลดีฟส์บุกฝ่าเข้าไปถึงอาคารที่ตั้งศาลสูงสุดของประเทศ และตำรวจได้ทำการจับกุมอดีตประธานาธิบดีมัลดีฟส์ เมามูน อับดุล กายูม (Maumoon Abdul Gayoom ) ที่บ้านพักของเขา

ซึ่งไม่นานก่อนหน้าจะโดนคุมตัว พบว่าอดีตผู้นำมัลดีฟส์ได้โพสต์วิดีโอคลิปที่มีข้อความทางทวิตเตอร์ ไปยังบรรดาผู้สนับสนุนว่า “ผมไม่ได้กระทำอะไรผิดที่ต้องนำมาสู่การจับกุม” และกล่าวว่า “ผมร้องขอให้พวกท่านทั้งหลายยังคงหนักแน่นในการตัดสินใจของพวกคุณ พวกเราจะไม่มีวันยุติต่อการปฎิรูปที่พวกเรากำลังทำอยู่ในเวลานี้เด็ดขาด”

และในเวลานั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่กองกำลังกองทัพได้บุกเข้าไปยังศาลสูงสุดมัลดีฟส์ ซึ่งบรรดาคณะผู้พิพากษาต่างพากันใช้เป็นที่หลบภัย

“ไม่มีใครสามารถเข้าหรือออกได้ในเวลานี้” ฮุสนู อัล ซวด (Husnu Al Suood) ประธานสมาคมทนายความมัลดีฟส์ และอดีตอัยการสูงสุดมัลดีฟส์กล่าวให้ความเห็นกับรอยเตอร์ “การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหมายความว่า ความเคลื่อนไหวของศาลสูงสุดต้องหยุดลงชั่วคราว และไม่มีใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อกระบวนการทางยุติธรรมในเวลานี้”

ทั้งนี้พบว่า ผู้พิพากษา 2 คนจากทั้งหมด 4 คนประจำศาลสูงสุดมัลดีฟส์ถูกจับ อ้างอิงจากแถลงการณ์ตำรวจมัลดีฟส์ผ่านทางทวิตเตอร์ โดยพบว่าผู้พิพากษา 2 คนที่ถูกจับคือ ผู้พิพากษา อับดุลลา สอี๊ด (Abdulla Saeed) และ อาลี ฮามิด(Ali Hamid) รวมไปถึงการจับกุมเจ้าหน้าที่ศาล 1 รายในเช้าวันอังคาร(6)

อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ตำรวจมัลดีฟส์ ไม่มีการประกาศข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การจับกุมผู้พิพากษาศาลสูงสุดตามรายงานข่าว

โดย เมามูน อับดุล กายูม อดีตผู้นำมัลดีฟส์ที่ถูกควบคุมตัวเป็นพี่น้องกับประธานาธิบดียามีม โดยว่าเขาทำหน้าที่ปกครองมัลดีฟส์มานานร่วม 30 ปีจนถึงปี 2008 แต่ปัจุบันได้กลายเป็นผู้ที่แสดงความเห็นคัดค้านต่อการบริหารประเทศของยามีม

ซึ่งเมื่อวันจันทร์(5) รัฐบาลมัลดีฟส์ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะไม่ยอมทำตามคำสั่งศาลสูงสุดอย่างแน่นอน ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม อาซิมา ชาคัวร์ (Azima Shakoor) กล่าวว่า คำสั่งจะไม่มีการบังคับใช้ พร้อมกับชี้ว่า มีข้อโต้แย้งทางกฎหมายจำนวนมากต่อต้านการปล่อยตัวนักโทษการเมืองเหล่านี้

อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์(4) ศาลสูงสุดมัลดีฟส์ออกมาชี้ว่า “ไม่มีอุปสรรคใด” และชุมชนนานชาติเห็นด้วย ซึ่งทั้งองค์การสหประชาชาติ และสหรัฐฯต่างออกมายืนยันว่า รัฐบาลฯ ต้องบังคับใช้คำสั่งศาลสูงสุด ท่ามกลางการที่นักการเมืองฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องต่อการเคารพในสิทธิมนุษยชน

ขณะที่มูฮำหมัด นาชีด(Mohamed Nasheed) อดีตประธานาธิบดีที่รับหน้าที่ต่อจากเมามูน อับดุล กายูม และต้องลี้ภัยทางการเมืองในอังกฤษตั้งแต่ปี 2016 ในเวลานี้อยู่ที่ศรีลังกา ไม่ห่างจากมัลดีฟส์ ได้กล่าวแสดงความเห็นถึงเหตุที่เกิดขึ้นในมัลดีฟส์ในเวลานี้ว่า “ดูเทียบเท่ากับการทำรัฐประหาร” พร้อมชี้ผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ประธานาธิบดียามีมสมควรลาออก และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสมควรบังคับใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และทำเพื่อประชาชนมัลดีฟส์

โดยคำสั่งศาลสูงสุดที่ออกมาให้ปล่อยแกนนำนักโทษทางการเมือง 9 คนแล้ว พบว่าในคำสั่งยังรวมไปถึงการคืนสถานะให้กับอดีต 12 ส.ส.ฝ่ายค้านที่ถูกถอดออกจากตำแหน่งในปีที่ผ่านมา ซึ่งคนเหล่านี้หันไปร่วมมือกับนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

และการที่อดีตส.ส.เหล่านี้จะได้กลับเข้าสู่สภาอีกครั้ง จะส่งผลทำให้พรรคโปรเกรสซีฟปาร์ตีของผู้นำมัลดีฟส์ต้องสูญเสียการเป็นพรรคเสียงข้างมากให้กับฝ่ายค้านในทันทีในรัฐสภาที่มีจำนวน 85 ที่นั่ง

ความคิดเห็น

comments

About