Friday, 20/4/2018 | 12:59 UTC+7
i-News

คิดอย่างทรัมป์ ให้ครูติดอาวุธแก้กราดยิงในโรงเรียน

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เสนอเมื่อวันพุธ (21 กุมภาพันธ์) ให้ครูบาอาจารย์หันมาจับอาวุธเพื่อป้องกันเหตุกราดยิงอย่างที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนมัธยมในรัฐฟลอริดาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสนอแนวคิดดังกล่าวระหว่างการพบปะพูดคุยที่ทำเนียบขาวเป็นเวลา 1 ชั่วโมงกับนักเรียนผู้รอดชีวิต และพ่อแม่ของเหยื่อที่ตายในเหตุกราดยิงโรงเรียนเมื่ิวันที่ 14 กุมภาพันธ์

ขณะเดียวกัน นักเรียนสหรัฐฯ หลายร้อยคนก็ได้ออกมาชุมนุมเรียกร้องกฎหมายควบคุมอาวุธปืนตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ในวันพุธ (21) ทั้งที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., ชิคาโก และ พิตต์สเบิร์ก

ทรัมป์ ซึ่งชูนโยบายปกป้องสิทธิในการครอบครองปืนและได้รับการสนับสนุนจากสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ (NRA) ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2016 รับปากว่าจะบังคับใช้มาตรการตรวจสอบประวัติผู้ซื้อปืนอย่างเข้มงวด และจะพิจารณาเพิ่มอายุขึ้นต่ำของผู้ซื้อสำหรับปืนบางประเภท

ทรัมป์ ระบุด้วยว่า การที่มีครูและหน่วยรักษาความปลอดภัยติดอาวุธอยู่ในโรงเรียนจะช่วยให้ผู้ที่คิดก่อเหตุสังหารหมู่ไม่กล้าลงมือ และปกป้องชีวิตของนักเรียนได้

“ถ้าพวกคุณมีครูที่ถนัดใช้ปืนอยู่บ้าง การโจมตีก็จะจบลงได้อย่างรวดเร็ว” ทรัมป์ กล่าว

เหตุกราดยิงโรงเรียนมัธยม มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ในเมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา ทำให้นักเรียนและครูเสียชีวิตรวม 17 คน ซึ่งถือเป็นเหตุกราดยิงโรงเรียนครั้งเลวร้ายอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์อเมริกัน และทำให้กระแสถกเถียงเรื่องกฎหมายควบคุมปืนในสหรัฐฯ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

ชาวอเมริกันมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะพกพาปืนเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง และพรรครีพับลิกันก็ยืนหยัดปกป้องสิทธิดังกล่าวอย่างเต็มที่ ทว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังบีบให้ ทรัมป์ ต้องดำเนินการอะไรบางอย่าง

ผู้ที่ร่วมหารือในทำเนียบขาวบางคนเห็นด้วยกับการติดอาวุธให้ครูตามที่ ทรัมป์ เสนอ ขณะที่บางคนก็ไม่เห็นด้วย

มาร์ค บาร์เดน ซึ่งสูญเสียลูกชายไปกับเหตุกราดยิงโรงเรียนประถมแซนดีฮุค รัฐคอนเนตทิคัต เมื่อปี 2012 ระบุว่า แจ็คกี ภรรยาของตนซึ่งเป็นครู “คงจะบอกพวกคุณได้ว่า ครูในโรงเรียนก็มีภาระหน้าที่หนักพออยู่แล้ว ไม่ควรจะต้องมารับผิดชอบเรื่องการใช้กำลังฆ่าคนอีก”

“ไม่มีใครต้องการให้เกิดการยิงกันโรงเรียน” เขากล่าวเสริม

หลังเกิดการสังหารหมู่ที่โรงเรียนแซนดีฮุค คณะทำงานซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก NRA ก็เสนอให้ทุกโรงเรียนเพิ่มจำนวนการ์ดและครูที่พกอาวุธ

ทรัมป์ รับฟังความคิดของผู้เข้าร่วมหารือราวๆ 40 คนอย่างตั้งอกตั้งใจ รวมถึงเด็กนักเรียน 6 คนที่รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงครั้งล่าสุดที่ฟลอริดา

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงยังมีสิทธิ์เดินเข้าร้านซื้ออาวุธสงครามอย่างปืน AR ได้” แซม เซอิฟ นักเรียนวัย 18 ปี กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมเล่าเหตุการณ์ตอนที่ตนรีบส่งข้อความโทรศัพท์มือถือถึงครอบครัวขณะเกิดเหตุกราดยิง

“อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเลย ได้โปรดเถอะ ได้โปรด”

พนักงานสอบสวนระบุว่า นิโคลัส ครูซ วัย 19 ปี ใช้ปืน AR-15 ที่ซื้อมาอย่างถูกกฎหมายเมื่อปีที่แล้วกราดยิงโรงเรียนเก่าของเขา และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนรวม 17 กระทง

สภาชิกสภานิติบัญญัติของเมืองแทลลาแฮสซี (Tallahassee) รับปากว่าจะพิจารณาปรับเพิ่มอายุขั้นต่ำของผู้ที่จะซื้อปืนพกและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จาก 18 เป็น 21 ปี แต่เมื่อวานนี้ (21) วุฒิสภาแห่งรัฐฟลอริดายังคงปฏิเสธมาตรการควบคุมอาวุธปืน

ทรัมป์ ได้มีคำสั่งเมื่อวันอังคาร (20) ให้กระทรวงยุติธรรมเตรียมเสนอร่างกฎหมายแบน “บัมป์สต๊อก” (bump stock) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ปืนไรเฟิลธรรมดาๆ สามารถรัวกระสุนต่อเนื่องได้เป็นร้อยๆ นัดต่อนาทีคล้ายปืนกล

NRA ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะสั่งแบนอุปกรณ์บัมป์สต็อก แต่สนับสนุนให้ควบคุมการจำหน่ายเท่านั้น

ความคิดเห็น

comments

About