Saturday, 21/7/2018 | 7:12 UTC+7
i-News

OIC พอใจ การทำงานของรัฐบาลไทย แก้ปัญหาภาคใต้

OIC พอใจ และชื่นชมการทำงานของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุ เหตุไม่สงบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งเรื่องศาสนา หรือชาติพันธุ์ ห่วงระบบการศึกษาของเยาวชน แนะนอกจากการเรียนด้านศาสนาแล้ว ควรส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาชีพ เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันอังคาร (27 กุมภาพันธ์) ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ Mr.salin mutlu sen เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรตุรกีประจำ องค์การความร่วมมืออิสลาม และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมคาราวะ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พลโท ชินวัฒน์ แม้นเดช ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะทำงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม

Mr.salin mutlu sen เอกอัครราชฑูตคณะผู้แทนถาวรตุรกีประจำ องค์การความร่วมมืออิสลาม กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเยือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ พร้อมทั้งได้ทราบถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ และขอชื่นชมการทำงานของทุกฝ่าย ที่มุ่งส่งเสริมการประกอบอาชีพ และพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการให้ความสำคัญในด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีความห่วงใยต่อระบบการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งเห็นด้วยกับการดำเนินงานด้านพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของผู้คนในพื้นที่ เพราะนอกเหนือจากการเรียนในเรื่องของศาสนาแล้ว การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาชีพเพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพในชีวิตประจำวัน ก็เป็นสิ่งสำคัญ
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรตุรกีประจำ องค์การความร่วมมืออิสลาม ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ ไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งเรื่องศาสนา หรือปัญหาเรื่องชาติพันธุ์ ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ทุ่มเทสรรพกำลังทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี ตนเองขอแสดงความชื่นชมและขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายด้วย

โดยก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 13.30 น. Mr.salin mutlu sen เดินทางลงพื้นที่ตลาดสดรถไฟ (ตลาดพิมลชัย) ภายในเขตเทศบาลนครยะลา รับฟังการรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาได้ กล่าวรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลาด พร้อมทั้งการจัดระเบียบตลาด และมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัย จากนั้น คณะได้เดินไปยังจุดที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าร้านขายเนื้อหมู เพื่อดูสภาพสถานที่จริง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และการซ่อมแซมใหม่

ขณที่เมื่อเวลา 11.00 น. Mr.salin mutlu sen เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินกรรมวิธีในการออกสัญชาติให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอาชีพ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 โดยมีพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และคณะให้การต้อนรับ โดยโครงการพาคนกลับบ้านครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้นโยบายของพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช มุ่งเน้นเชิงคุณภาพเป็นประการสำคัญ ต้องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ตรงจุด และทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อต้องการให้ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐออกมารายงานตัวแสดงตน โดยมีผู้เห็นต่างจากรัฐจำนวนมาก ต้องการยุติบทบาทการต่อสู้ด้วยวิธีรุนแรง และหันกลับมาร่วมมือกับรัฐ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ดาเนินการรับรายงานตัวบุคคลที่หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเพื่อบ้าน ประสงค์เข้าโครงการพาคนกลับบ้าน ที่หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่ม พูโล และบี อาร์ เอ็น โดยได้เข้าร่วมโครงการ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ โดยจัดที่พักรองรับ ณ ฉก.ทพ. 44 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อดาเนินการให้เป็นไปตามกรรมวิธีของโครงการ โดยทางหน่วยได้ดำเนินกรรมวิธีในการออกสัญชาติให้กับผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านในห้วงที่ผ่านมา รวม 96 ราย ขณะนี้ ได้ทำการพิสูจน์สัญชาติและออกบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว จำนวน 37 ราย

Mr.salin Mutlu sen เอกอัครราชฑูตคณะผู้แทนถาวรตุรกีประจำ OIC กล่าวว่า รูสึกยินดีที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น OIC ในฐานะประเทศมุสลิม มีความห่วงใยสภาพความเป็นอยู่ของของชาวมุสลิมในประเทศไทย อยากให้พี่น้องชาวมุสลิมในประเทศไทยอยู่อย่างมีความสุข และรู้สึกดีใจที่ได้ลงพื้นที่มาดูการดำเนินงานโครงการที่นำผู้เห็นต่างกลับมายังประเทศไทย ขอให้การดำเนินโครงการนี้สำเร็จ

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี ขอชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้การดูแลพี่น้องมุสลิมเป็นอย่างดี ซึ่งทาง OIC พร้อมที่จะรับฟังแนวทางจากรัฐบาลไทย ว่ามีนโยบายอะไรในการพัฒนาและจะดูแลความสงบสุขชาวมุสลิมในประเทศไทยอย่างไร และขอให้พี่น้องชาวมุสลิมให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลไทยในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ในฐานะประเทศมุสลิมด้วยกันก็ไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรง และอยากให้อยู่ด้วยกันอย่างสันติต่อไป

ขณะที่นายรอแม กาซอ ผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ได้กล่าวแสดวความรู้สึกต่อการเจ้าร่วมโครงการว่า โครงการพาคนกลับบ้านเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผมได้กลับบ้าน ผมยังคิดเสมอว่าอยากประเทศไทย จนประสานผ่านทางแม่ทัพภาคที่ 4 โดยแม่ทัพให้ทหารพรานกรม 44 เดินทางไปรับที่ท่าเรือ ครั้งแรกที่ได้เหยีบยแผ่นดินน้ำตาเหมือนจะไหลคิดในใจเราได้กลับบ้านจริงๆ การต้อนรับ ที่อยู่ที่พัก รอยยิ้มความเป็นกันเองของทุกคนที่นี่ประเทศไทยที่ผมรัก เจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือทุกเรื่อง จนตอนนี้สิ่งที่ผมต้องการมาตลอดก็เป็นจริงนั้นก็คือบัตรประชาชน ผมคือ คนไทย ประชาชนของในหลวง และทุกคนที่นี่คือคนไทย ลูกหลานในประเทศไทยเป็นคนถูกกฎหมาย มีสัญชาติไทย พร้อมกับพ่อลูกโลกของเราจะกลับมาพัฒนาประเทศชาติไทยต่อไป

ที่มา : สทท.ยะลา

ความคิดเห็น

comments

About