Tuesday, 21/8/2018 | 1:05 UTC+7
i-News

คณะทูต OIC พบหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล คุยการศึกษาในพื้นที่

เอกอัครราชฑูตคณะผู้แทนถาวรตุรกีประจำ OIC และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี พูดคุยเรื่องการพัฒนาการศึกษากับหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล/รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

วันพฤหัสบดี (1 มีนาคม) ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี Mr.salin mutlu sen เอกอัครราชฑูตคณะผู้แทนถาวรตุรกีประจำ OIC และ Mr.hassan abdien ผู้อำนวยการกองมุสลิมชนกลุ่มน้อย สำนักเลขาธิการ OIC พร้อมคณะ พบปะพูดคุยการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรวจเยี่ยมการดำเนิน และการพัฒนาการศึกษาในพื้นที 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล/รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และคณะ ให้การต้อนรับ

จากเมื่อทางคณะเข้ามาได้พบกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เช่น หน่วยงานราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง องค์กรศาสนา นักศึกษาสถาบันต่างๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เราทราบถึงความจริงใจ ความพร้อมและความมุ่งมั่น ของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ที่จะพัฒนาและรับใช้ประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาหลายๆ ด้าน เช่น ด้านสวัสดิการ ด้านการศึกษา และทางหัวหน้าคณะๆ เอกอัครราชทูตตุรกี ได้พูดเน้นย้ำสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความจริงใจของรัฐบาลที่จะพัฒนา สร้างสรรค์พื้นที่พหุวัฒนธรรม สร้างความเท่าเทียมกันของประชาชนในพื้นที่ให้เท่าเทียมกันกับในทุกๆ ภาคของประเทศ และเรื่องของการรักษาดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ทางคณะฯ เห็นว่า นอกจากรักษาความปลอดภัยแล้วรัฐยังสนับสนุนโครงการพูดคุยอีกด้วย

ด้าน Mr.hassan abdien ผู้อำนวยการกองมุสลิมชนกลุ่มน้อย ในฐานะสำนักเลขาธิการดูแลมุสลิมชนกลุ่มน้อยของทุกประเทศทั่วโลก กล่าวแนะนำองค์กร OIC ว่าเป็นองค์กรที่ใหญ่ระดับโลกเป็นอันดับ 2 รองจาก UN ซึ่งใน UN ถ้ามีการรวมเสียงของ OIC แล้ว จะเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีถึง 57 ประเทศสมาชิก และมีความห่วงใยมุสลิมทั่วโลก แม้จะไม่ได้อยู่ในประเทศมุสลิมก็ตาม ส่วนประเทศไทย ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปี ที่ได้อยู่ในสมาชิกประเทศผู้สังเกตการณ์ สามารถเข้าถึงการประชุมของ OIC ได้เช่นกัน และทางคณะก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลไทยได้เชิญมาให้ทางคณะได้มาดู และเยี่ยมชมพบปะกับพี่น้องชาวสามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับ OIC มียาวนานมา 20 ปี ทำให้ประเทศไทยสามารถขอคำแนะนำจาก OIC ได้ และส่วนหนึ่งอยากให้มุสลิมออกได้ไปใช้ชีวิตกับสังคมภายนอกร่วมกับศาสนาอื่นได้

โดยเลขาฯ OIC ได้พูดคุยกับนายกฯ เมื่อครั้งที่แล้วก็ยังยืนอย่างเดิมว่า ทาง OIC จะให้การสนับสนุนขบวนการสันติภาพในทุกด้าน เพราะเห็นความจริงใจในความพยายามของรัฐบาลในการที่จะนำสันติภาพมาสู่จังหวัดชายแดนใต้ ถ้าทางรัฐฯ ไทยเสนออย่างไร คณะ OIC พร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่ในขณะนี้ทางมาเลเซียซึ่งเป็นสมาชิก OIC ยังเป็นเจ้าภาพจัดเวทีกลางอยู่ ทาง OIC สนับสนุน ในกระบวนการสันติภาพในครั้งนี้ที่ทางมาเลเซียได้เป็นเจ้าภาพคนกลางบนโต้ะเจรจาพูดคุย ซึ่งมาเลเซียก็เป็นสมาชิกของ OIC อยู่แล้ว แต่การพัฒนาในด้านต่างๆ ของสังคมในพื้นที่ก็ต้องพัฒนาควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เกิดสันติภาพที่แท้จริง

โอกาสนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางคณะมั่นใจในกระบวนสันติภาพมากแค่ไหน ทาง OIC ไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนโดยสิ้นเชิง แต่สนับสนุนการยอมรับในความต่าง การอยู่ร่วมกันภายในสังคม ประเทศชาติ ได้อย่างสงบสุข ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรจะใช้โอกาสที่รัฐบาลพยายามสร้างการพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่ ต้องใช้โอกาสนี้ในการออกมาร่วมกันพัฒนา และออกมาจากที่มืดสู่ที่สว่าง มีปัญหาอะไรก็มาพูดคุยกันให้มีความชัดเจนในอนาคต

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

ความคิดเห็น

comments

About