Saturday, 22/9/2018 | 10:29 UTC+7
i-News

ศรีลังการปภ.เข้มมัสยิดให้มุสลิมละหมาด หวั่นถูกกลุ่มหัวรุนแรงโจมตี

ทหารและตำรวจร่วมกันรักษาความปลอดถัยแน่นหนาที่มัสยิดทั่วประเทศศรีลังกาในระหว่างการละหมาดยุมอัต วันศุกร์ ท่ามกลางความหวาดกลัวต่อการโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงที่เคลื่อนไหลต่อต้านชาวมุสลิมระรอกใหม่ หลังเกิดเหตุจลาจลรอบ 4 วันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน

ร้านค้า และธุรกิจส่วนใหญ่ที่ชาวมุสลิมเป็นเจ้าของในประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ยังคงปิดกิจการต่อไป ท่ามกลางการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มชาวพุทธสิงหล ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่รอบ ๆ เมืองแคนดี้ ที่เป็นศูนย์กลางความรุนแรงระรอกล่าสุด

ทหาร และตำรวจได้ลาดตระเวนด้านนอกมัสยิดขณะที่ในเมืองแคนดี้ การละหมาดต้องทำในสถานที่โล่ง เนื่องจากมัสยิดหลายแห่งถูกเอา หรือทำลายลงจากการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มชาวสิงหล

“ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในระหว่างการสวดมนต์ในวันศุกร์” สำนักงานตำรวจในกรุงโคลัมโบกล่าว พร้อมเสริมว่าขณะผู้ตรวจสอบกำลังดำเนินการกับผู้มีส่วนร่วมในการก่อเหตุรุนแรงนี้

ตำรวจกล่าวว่ามีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 140 คนรวมทั้งแกนนำกลุ่มก่อความรุนแรง

Amith Weerasinghe เป็นแกนนำหลักของกลุ่มชาวสิงหลในการเคลื่อนไหวต่อต้านชาวมุสลิม รวมถึงการโพสข้อความปลุกระดมทางสื่อออนไลน์

การจลาจลที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันจันทร์หลังจากที่ผู้ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชาวสิงหล เสียชีวิตจากการบาดเจ็บที่ได้รับจากเหตุทะเลาะวิวาทกับชาวมุสลิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มหัวรุนแรงได้บุกเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ราว 200 แห่ง ที่รวมถึงมัสยิด 11 แห่ง

มัสยิด 9 แห่งที่ถูกทำลายอยู่ในเขตแคนดี้ เมืองที่งดงามจากไร่ชาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาการก่อเหตุรุนแรงที่ทำให้โปรแกรมทัวถูกยกเลิก

ชาวแคนดี้ ระบุว่าร้านค้า และสำนักงานเริ่มเปิดอีกครั้งในวันศุกร์ และชีวิตกลับมาสู่ภาวะปกติอย่างช้าๆ ชาวมุสลิมได้เริ่มตรวจสอบความเสียหายต่อธุรกิจ บ้านเรือนที่ถูกเผาไหม้จากเหตุรุนแรง

กองกำลังรักษาความปลอดภัยได้ประจำจุดต่างๆ รวมทั้งหน่วยลาดตระเวนโดยรถจักรยานยนต์ และยานเกราะ

บริการอินเทอร์เน็ตซึ่งถูกบล็อกแคนดี สามารถกลับมาใช้ได้อีกครั้งในวันศุกร์ แต่การเข้าถึงไซต์สื่อสังคมออนไลน์เช่น Facebook ยังคงถูกปิดกั้นทั่วประเทศศรีลังกา

ตำรวจกล่าวว่ากลุ่มกลุ่มหัวรุนแรงชาวสิงหล กำลังใช้โซเชียลมีเดีย และการส่งข้อความเพื่อเผยแพร่คำพูดปลุกระดมความเกลียดชัง และกระตุ้นการโจมตีต่อต้านชาวมุสลิม

รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินในวันอังคารเมื่อเหตุการณ์ความไม่สงบเพิ่มขึ้นหลังชายมุสลิมถูกเผาทั้งเป็นในอาคารที่ถูกเผาไหม้

ผู้บัญชาการกองทัพ Mahesh Senanayake ได้ไปเยือนแคนดี้ เมื่อวันพฤหัสบดี และสัญญาว่าจะส่งทหารเข้ารักษาความปลอดภัยบริเวณมัสยิดเพิ่มขึ้น

แม้จะมีการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยทั่วประเทศ ขณะที่เรือสามลำของนักธุรกิจชาวมุสลิมที่อยู่นอกเขตแคนดี้ถูกเผาเมื่อเช้าวันศุกร์่ตามการเปิดเผยของตำรวจ พร้อมเสริมว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุที่เกิดขึ้น

คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งชาติกล่าวว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางไปเยียนแคนดี้ได้อย่างปลอดภัย แต่ผู้ประกอบการโรงแรมกล่าวว่าพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างมากจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น

“เราเคยมีอัตราการเข้าพัก 80% แต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 30%” ผู้ประกอบการโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเมืองแคนดี้กล่าวในวันศุกร์

นายกรัฐมนตรี Ranil Wickremesinghe กล่าวเมื่อคืนวันพฤหัสบดีว่าการจลาจลที่เกิดขึ้นได้บ่อนทำลายต่อความพยายามของศรีลังกาที่จะฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังจากสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในประเทศที่ยาวนาน 37 ปี

ในปี 2009 มีนักท่องเที่ยวราว 5 แสนคนมาเยื่อนศรีลังกา และนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.1 ล้านคนในปี 2017 ขณะที่ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวเยือนศรีลังกาสูงถึง 5 แสนคน

ในหลายปีที่ผ่านมามีการปะทะกันของชุมชนหลายแห่งในศรีลังกา ที่มีกลุ่มชาวสิงหลที่เป็นชาวพุทธที่มี 75 เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่มีประชากร 21 ล้านคน โดย 10 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวมุสลิม

กลุ่มสิงหล และกลุ่มมุสลิมได้เดินขบวนที่ด้านนอกสถานีรถไฟในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันพฤหัสบดีซึ่งเรียกร้องให้ทางการดำเนินการกับกลุ่มหัวรุนแรง กับผู้บุกรุก

ความคิดเห็น

comments

About