Sunday, 18/8/2019 | 11:55 UTC+7
i-News

ทิ้งระเบิดเผาทั้งเป็น 37 ชาวซีเรียคาที่หลบภัยในฆุตเฎาะห์

ระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด และพรรคพวก ได้ใช้ระเบิดนาปามโจมตีที่หลบภัยของพลเรือนชาวซีเรียในเมืองเออบิน ในเขตฆุตเฎาะห์ตะวันออกที่ถูกปิดล้อมในวันศุกร์ที่(23 มีนาคม)ผ่านมา เป็นเหตุให้ผลเรือนที่ส่วนใหญ่เป็นเด็ก และสตรี 37 รายถูกเผาทั้งเป็นตามรายงานของ White Helmets โดยการโจมตีเกิดขึ้นทั้งที่ฝ่ายต่อต้านซีเรียได้มีข้อตกลงกับรัสเซียสำหรับการหยุดยิงตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้พลเรือนทั้งหมดได้อพยพออกจากพื้นที่ปิดล้อมไปยังพื้นที่ขอฝ่ายต่อต้านซีเรียในจังหวัดอิดลิบ

เครื่องบินรบของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้ทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายที่หลบภัยของพลเรือนด้วยระเบิดนาปามที่ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง

รายงานเบื้องต้นชี้ว่ามีพลเรือนอย่างน้อย 37 ราย ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็ก และสตรี ถูกเผาทั้งเป็นจนตาย แต่คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก

พลเรือนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่ และไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากการโจมตีทางอากาศที่รุนแรงของกองกำลังฝ่ายบาชาร์ อัล-อัสซาด และรัสเซีย

ระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด และพรรคพวกได้โจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงในพื้นที่ฆุตเฎาะห์ตะวันออกตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์ และเปิดปฎิบัติการภาคพื้นที่เพื่อเข้ายึดพื้นที่ตั้งแต่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้พลเรือนกว่า 1,500 รายถูกสังหาร

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ในมติที่ 2401 ให้หยุดยิงในซีเรีย – โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฆุตเฎาะห์ตะวันออก เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่

ถึงแม้จะมีมติหยุดยิง แต่ระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด และรัสเซีย ยังคงใช้ปฎิบัติการทางอากาศโจมตีดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พลเรือนราว 400,000 คนในดินแดนที่ถูกปิดล้อมแห่งนี้ตกอยู่ในอันตราย ขาดแคลนอาหาร และยารักษาโรคอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ในปี 1980 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยอาวุธต้องห้าม ที่รวมถึงระเบิดนาปามที่ทำให้เกิดการลุกติดไฟอย่างรุนแรงสำหรับการโจมตีพื้นที่พลเรือน

ที่มา World Bulletin/Alarabiya

ความคิดเห็น

comments

About