Friday, 20/4/2018 | 1:10 UTC+7
i-News

ชายซีเรียอยู่ในสนามบินมาเลย์แรมเดือน ย้ำ”ไม่อยากฆ่าใคร-ไม่อยากถูกฆ่า”

ฮัสซาน อัล-คอนตาร์ (Hassan al-Kontar) ผู้โดยสารชายชาวซีเรีย วัย 36 ปี อาศัยอยู่ภายในเทอร์มินัลผู้โดยสารทรานซิตสนามบินกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียมานานกว่า 37 วัน พบแต่ละวันประทังชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารของสายการบินแอร์เอเชีย และแมคโดนัลด์ที่ฝากพนักงานทำความสะอาดซื้อ อาบน้ำในห้องน้ำผู้โดยสารพิการ ยืนยันสงครามซีเรียไม่ใช่ของเขา “ไม่อยากฆ่าใคร และไม่อยากถูกฆ่า”

ผู้โดยสารชาวซีเรีย ฮัสซาน อัล-คอนตาร์ (Hassan al-Kontar) วัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเดอะการ์เดียนผ่านที่กั้นกระจกของโซนผู้โดยสารทรานซิตรอเปลี่ยนเครื่องภายในท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งในเวลานี้เป็นเสมือนบ้านของเขาไปแล้ว

“ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี หรือต้องทำอย่างไร ผมต้องการทางออก ผมต้องการที่ซึ่งปลอดภัยที่ผมสามารถอาศัยได้อย่างถูกต้องทางกฎหมาย ที่จะสามารถทำงานได้” ฮัสซานกล่าว และเสริมต่อว่า “สำหรับซีเรียนั้นเลิกพูดไปเลย ถึงแม้ว่าผมอาจจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดไป ผมไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการสู้รบ ผมไม่ต้องการฆ่าใคร และผมไม่ต้องการโดนสังหารด้วย นี่ไม่ใช่สงครามของผม”

ทั้งนี้เรื่องราวติดสนามบินของชายชาวซีเรียรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ล่าสุด หลังจากที่เขาถูกนำตัวออกมาจากเครื่องบินสายการบินตุรกี เที่ยวบินกัวลาลัมเปอร์-เอกวาดอร์ ในนาทีสุดท้าย ที่หวังว่าตัวเองจะสามารถเดินทางเข้าประเทศเอกวาดอร์เพื่อขอสถานภาพลี้ภัยที่นั่น แต่ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน และเดินทางเข้าไปยังกัมพูชาเพื่อเดินทางต่อไปยังเอกวาดอร์ แต่เขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาปฏิเสธการเข้าประเทศ

ขณะที่พนมเปญโพสต์รายงานเพิ่มเติมถึงการถูกปฏิเสธจากกัมพูชาว่า ฮัสซาน อัล-คอนตาร์ เป็นชนกลุ่มน้อยดรูซ (Druze) จากสไวดา (Swaida)

โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ในความเป็นจริงแล้วเขาได้จองเที่ยวบินจากมาเลเซียเพื่อต้องการเดินทางเข้าไปยังกัมพูชาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม แต่ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ และส่งตัวกลับมายังกัวลาลัมเปอร์อีกครั้ง

“ผมไม่ต้องการที่จะอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายในมาเลเซีย ผมจึงเลือกกัมพูชา” ฮัสซานกล่าวอย่างมุ่งมั่น

กัมพูชาเป็นหนึ่งไม่กี่ประเทศในโลกที่อนุญาตให้ประชาชนชาวซีเรียสามารถเดินทางเข้าประเทศโดยที่ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า แต่ทว่าในกรณีของชายชาวซีเรียวัย 36 ปีรายนี้ พบว่าเขาถูกนำตัวไปยังศูนย์ผู้อพยพ และส่งตัวเขาให้เจ้าหน้าที่อีกคนและถูกส่งต่อไปยังอีกคน พร้อมกับระดมตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเขา รวมไปถึงสถานภาพทางการเงิน

“พวกเขายึดพาสปอร์ตของผม และทำให้ผมได้รับความอับอายด้วยการจับผมยืนติดกำแพงเพื่อถ่ายภาพเหมือนผมเป็นเช่นประหนึ่งอาชญากร” ฮัสซานกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่กัมพูชาอ้างว่า เหตุที่ปฏิเสธ ฮัสซาน อัล-คอนตาร์ เป็นเพราะเชื่อว่าเขาไม่มีเงินมากพอในการอยู่ในประเทศ อีกทั้งไม่มีตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ การจองโรงแรมที่พัก หรือแม้แต่บริษัททัวร์

แต่ฮัสซานกล่าวแย้งว่า เขามีตั๋วโดยสารเครื่องบินเที่ยวกลับ ซึ่งเขาไม่คาดว่าจะต้องใช้ และในตอนแรกคิดไปว่า สถานภาพทางการเงินของเขาคงมีเหตุผลที่จะทำให้ทางเจ้าหน้าที่กัมพูชาอนุญาตให้เข้าประเทศ

ฮัสซานเล่าว่า เขาวางแผนที่จะอยู่ในกัมพูชาแค่ 3 วัน หรือ 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่จะเดินทางต่อเข้าไปยังเอกวาดอร์เพื่อขอสถานภาพผู้ลี้ภัยที่นั่น

พนมเปญโพสต์รายงานว่า เขาเดินทางกลับเข้าไปซีเรียครั้งล่าสุดเมื่อ 9 ปีมาแล้ว เพราะส่วนใหญ่ตัวเขาทำงานและใช้ชีวิตในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในช่วงแี 2006-2017

แต่ทว่า 5 ปีล่าสุดของการอยู่ที่นั่นเขาถูกสถานทูตซีเรียปฏิเสธที่จะต่ออายุหนังสือเดินทางให้ส่งผลให้การอาศัยของเขาเป็นการอยู่อย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้เขาไม่ได้รับอนุญาตต่ออายุใบอนุญาตการทำงานในยูเออี และต้องถูกส่งเข้าศูนย์เนรเทศในท้ายที่สุด

และเมื่อเขาถูกจับในปี 2017 รัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาดเพิ่งออกพาสปอร์ตฉบับใหม่ให้ และเขาถูกเนรเทศไปยังมาเลเซีย ซึ่งเขาได้อาศัยในมาเลเซียในช่วงเวลาปลอดวีซ่า 3 เดือน ซึ่งเมื่อเดือนมกราคม 2017 ฮัสซานเดินทางเข้ามาเลเซียเป็นครั้งแรก แต่ทว่าเขาอยู่เกินระยะเวลากำหนด ส่งผลให้เขาถูกมาเลเซียขึ้นแบล็กลิสต์ ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศในเวลานั้น

และนำมาสู่มหาเรื่องราวของการต้องมาอาศัยอยู่ในสนามบินกัวลาลัมเปอร์ โดยชายผู้นี้อ้างว่า ในครั้งที่ 2 ของการมามาเลเซีย เขาพยายามที่จะเดินทางจากกัวลาลัมเปอร์เพื่อเข้าไปยังเอกวาดอร์ แต่ทว่าถูกสายการบินตุรกีนำตัวเขาลงมาจากเครื่องในนาทีสุดท้าย และนำชื่อของเขาขึ้นแบล็กลิสต์ของทางสายการบิน และทำให้ฮัสซานต้องพยายามหาทางด้วยการบินเข้ากัมพูชาและคาดหวังว่าจะสามารถเดินทางออกไปยังเอกวาดอร์ได้ในท้ายที่สุด

ทั้งนี้อาหารส่วนใหญ่ที่ชายผู้นี้ประทังชีพ คือ ข้าวและไก่ซึ่งได้มาจากบริษัทสายการบินโลว์คอสต์อย่าง “แอร์เอเชีย” ที่ช่วยเหลือให้อาหารแก่เขา 3 มื้อต่อวัน

และสำหรับการชำระร่างกายและซักเสื้อผ้า เขาได้ใช้ห้องอาบน้ำสำหรับคนพิการ ซึ่งจะทำก็ต่อเมื่อหลังจากเวลาเที่ยงคืนไปแล้วเพราะไม่มีคนพลุกพล่าน และนอนหลับใต้บันได นอกจากนี้เขายังประทังชีพด้วยอาหารและกาแฟจากร้านฟาสต์ฟูด แมคโดนัลด์ ของทางสนามบินที่เขาฝากให้เจ้าหน้าที่พนักงานทำความสะอาดช่วยซื้อให้ แต่จะโดนหักค่าฝากซื้อราว 10 ริงกิตมาเลเซีย หรือ 2 ดอลลาร์

ด้านฟิล โรเบิร์ตสัน (Phil Robertson) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียประจำฮิวแมนไรต์วอตช์ เรียกร้องให้ทางรัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ติดต่อฮัสซาน อัล-คอนตาร์ เพื่อตรวจสอบสถานะความเป็นผู้อพยพของเขา และในระหว่างกระบวนการ เพื่อให้ชายผู้นี้ได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน และไม่ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่เข้าเมืองมาเลเซีย

ในขณะที่ยานเต อิสมาอิล (Yante Ismail) โฆษกหญิงของ UNHCR กล่าวว่า ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้เข้าถึงฮัสซานและเจ้าหน้าที่มาเลเซียแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้

ความคิดเห็น

comments

About