Saturday, 18/8/2018 | 10:44 UTC+7
i-News

IMF เตือนเส้นทางสายไหมใหม่ ทำหลายประเทศต้องยกดินแดนแลกหนี้

กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟเตือนจีน อย่าทำให้ประเทศอื่นๆ หนี้ท่วมแล้วต้องยกทรัพย์สินสาธารณะให้เพื่อปลดหนี้ จากการเข้าร่วมโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ที่ทั้งผู้ก่อสร้าง และผู้ปล่อยกู้คือบริษัทจีน และเจ้าหนี้ตัวจริงคือรัฐบาลจีน นอกจากนั้นเธอชี้ด้วยว่าโครงการที่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้มักยั่วยวนให้เจ้าหน้าที่รัฐคอร์รัปชั่น

คริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปราศรัยในการประชุมโป๋อ๋าว ฟอรัมที่ไหหนาน เมื่อวันพฤหัสบดี (12 เมษายน) พาดพิงถึงโครงการสร้างเส้นทางสายไหมใหม่ หรือที่มีชื่อเรียกกันว่า แผนการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นมหาอภิโครงการที่จะก่อสร้างทั้งถนนและทางรถไฟ ตลอดจนสายท่อส่งน้ำมัน และก๊าซ โครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม รวมทั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มูลค่าระดับล้านล้านดอลลาร์ ครอบคลุมหลายสิบประเทศจากเอเชียถึงแอฟริกาและยุโรป

ลาการ์ดกล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่มากมายตามแผนการริเริ่มดังกล่าวก่อสร้างโดยบริษัทจีน และกู้เงินจากจีน ส่งผลให้หลายประเทศที่เข้าร่วมเป็นหนี้จีนนับพันล้านดอลลาร์ ผลที่ตามมาคือ ประเทศเหล่านั้นมีความสามารถจำกัดในการใช้จ่ายด้านอื่นเนื่องจากมีภาระในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น และกลายเป็นความท้าทายด้านดุลการชำระเงิน

ไอเอ็มเอฟแนะว่า ประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงอยู่แล้ว ต้องจัดการเงื่อนไขการระดมทุนอย่างระมัดระวัง และสำทับว่า บางประเทศอย่างศรีลังกาขณะนี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากขายหุ้นใหญ่ในท่าเรือฮัมบันโตตา ซึ่งเป็นทรัพย์สินสำคัญของชาติ ให้จีนเพื่อปรับโครงสร้างหนี้

ลาการ์ดเรียกร้องให้เพิ่มความโปร่งใสและการร่วมมือเพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในแผนการเส้นทางสายไหมมีความรู้ความเข้าใจอันเดียวกัน และเตือนว่า โครงการใช้จ่ายขนาดใหญ่แบบนี้มักมาพร้อมความเสี่ยงในการล้มเหลวและความยั่วยวนในการคอร์รัปชั่นในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐ

คำปราศรัยของลาการ์ดอาจสร้างความไม่พอใจให้กับจีนที่ต่างปลื้มปิติกับคำยกยอเกี่ยวกับโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็รังเกียจที่จะยอมรับว่า โครงการนี้มีความเสี่ยงหรือหลุมพรางมากมาย

ก่อนที่ลาการ์ดจะปราศรัย อี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ขึ้นเวทีเดียวกันและยืนยันว่า ธนาคารจีนประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจัดหาสินเชื่อต้นทุนต่ำให้แก่ประเทศที่เข้าร่วมเส้นทางสายไหม และว่า ธนาคารเหล่านั้นไม่ได้พึ่งพิงการอุดหนุนจากรัฐ แต่ก็ไม่ได้ระดมทุนจากเอกชนทั้งหมด

นอกจากนั้น สียังตอบโต้คำวิจารณ์เกี่ยวกับโครงการนี้ในเวทีป๋าวอ๋าวเมื่อวันพุธ (11) ว่า แผนการริเริ่มเส้นทางสายไหมใหม่ไม่ใช่แผนการมาร์แชลหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือเล่ห์เหลี่ยมของจีน แต่เป็นแผนการแห่งความโชติช่วงชัชวาล

ความคิดเห็น

comments

About