Monday, 18/6/2018 | 1:09 UTC+7
i-News

ผู้ตรวจอาวุธเคมียังถูกขวางเข้าดูมาตรวจอาวุธเคมีไม่ได้

คณะผู้แทนจากอังกฤษของ องค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPCW) เรียกร้องให้รัสเซีย และซีเรียอนุญาตให้มีการเข้าถึงเมืองดูมาที่มีรายงานการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียอ้างเหตุเข้าพื้นที่ได้ล่าช้าเนื่องจากการโจมตีของสหรัฐฯ ขณะที่เมืองดูมาไม่ได้อยู่ในเป้าหมายการโจมตีที่สหรัฐฯเป็นแกนนำเมื่อวันเสาร์ที่(14)ผ่านมา

อัล-ญะซีเราะห์รายงานว่าผู้ตรวจการอาวุธเคมียังคงไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าถึงเมืองดูมาในฆุตเฎาะห์ตะวันออกของซีเรีย เจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า องค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPCW) ได้เปิดการหารือเกี่ยวกับ “การใช้อาวุธเคมีในประเทศซีเรีย”

“รัสเซีย และซีเรียยังไม่อนุญาตให้เข้าถึงดูมา” เจ้าหน้าที่จากอังกฤษกล่าวบนทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่(15 เมษายน)ผ่านมาระบุ “การเข้าถึงพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็น” และ “รัสเซีย และซีเรียต้องร่วมมือ”

สำนักข่าว RIA ของรัสเซีย รายงานว่ารองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย Sergei Ryabkov ออกมาปฏิเสธที่ OPCW ระบุว่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่

เขากล่าวว่าการมาถึงของผู้ตรวจล่าช้าเนื่องจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในวันเสาร์

รัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรีย Faisal al-Mokdad ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้พบกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ OPCW ตามรายงานของสำนักข่าวซีเรีย

สำนักข่าว SANA รายงานคำกล่าวของ Faisal al-Mokdad ที่ระบุว่า”ผู้เชี่ยวชาญอยู่ในซีเรียมา 3 วันตามคำร้องขอของรัฐบาลซีเรีย และมีการประชุมหลายครั้งเพื่อหารือถึงความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย”

OPCW ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่ดูแลการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามแพร่กระจายอาวุธเคมี ได้จัดประชุมคณะผู้แทนที่กรุงเฮกในวันจันทร์เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนในเมืองดูมาเพื่อวันเสาร์ที่ (7 เมษายน) ที่ผ่านมา

กองกำลังของบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้เข้าควบคุมเมืองดูมาซึ่งเป็นเมืองหลักของฆุตเฎาะห์ตะวันออกในพื้นที่ปกครองของฝ่ายต่อต้านซีเรียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทหารของรัสเซียประกาศในเวลานั้น

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีในเมืองดูมาที่ทำให้พลเรือนหลายสิบคนถูกฆ่าตาย และนับร้อยคนได้รับบาดเจ็บ จนชาติมหาอำนาจแสดงออกถึงความไม่พอใน และเชื่อว่าอาวุธที่ใช้เกิดจากการผลิต และจัดเก็บภายในซีเรีย

ซึ่งการผลิต และสะสมอาวุธเคมีดังกล่าว เป็นการกระทำที่ผิดต่ออนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี ซึ่งซีเรียเป็นหนึ่งในประเทศที่ลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าว

Peter Wilson ผู้แทน OPCW ของสหราชอาณาจักรกล่าวกับหน่วยงานเฝ้าระวังว่า การไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของซีเรียทำให้เกิด “การใช้อาวุธเคมีอย่างป่าเถื่อน”

“ระบอบการปกครองของบาชาร์ อัล-อัสซาดมีประวัติอันน่าสยดสยองในการใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชนของตน มีการใช้อาวุธเคมีเป็นยุทธวิธีปกติในการโจมตีในความขัดแย้งของซีเรีย” Wilson กล่าวว่ามีข้อกล่าวหา 390 เรื่องจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียตั้งแต่ปี 2014

รัสเซียได้ขัดขวางองค์กรระหว่างประเทศ ในความพยายามตรวจสอบเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่เกิดขึ้น Wilson กล่าวเสริม

รัสเซียบอกกับองค์การสหประชาชาติเมื่อวันศุกร์ที่(13 เมษายน)ผ่านมาว่าผู้เชี่ยวชาญของตนไม่พบร่องรอยของ “การใช้สารพิษ” ในระหว่างการสืบสวนของพวกเขาในเมืองดูมา

Vassily Nebenzia, เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติกล่าวว่ารัสเซียมี “หลักฐานชัดเจน” ว่าการโจมตีทางเคมีที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉาก

ด้านฝรั่งเศสระบุว่าหากตรวจสอบพบหลักฐานการใช้อาวุธเคมีรัสเซียต้องรับผิดชอบ

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ Nikki Haley ได้กล่าวว่าประเทศของเธอจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อรัฐบาลรัสเซียเพื่อเป็นการตอบสนองต่อการสนับสนุนระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาดของซีเรีย

อาหรับนิวส์รายงานว่า Ahmet Uzumcu หัวหน้าองค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPCW) ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของเขาไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้

นาย Uzumcu กล่าวว่า “ระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด และรัสเซียอ้างถึงเรื่องความมั่นคง ในการไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่”

ความคิดเห็น

comments

About