Wednesday, 15/8/2018 | 1:59 UTC+7
i-News

ทีมสืบสวนชี้ขีปนาวุธจากกองทัพรัสเซีย ยิง MH17 ของมาเลย์ตก ตายยกลง

ทีมสืบสวนที่ตรวจสอบการตกของเที่ยวบิน MH17 เมื่อปี 2014 ระบุในวันพฤหัสบดี (24 พฤษภาคม) เป็นครั้งแรกว่า ขีปนาวุธที่ทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวตกในภาคตะวันออกของยูเครนมาจากกองพันหนึ่งของรัสเซีย

ทีมสืบสวนร่วม (Joint Investigation Team) “ได้ข้อสรุปว่า ขีปนาวุธ BUK-TELAR ที่ทำให้เที่ยวบิน MH17 ตกมาจากกองพันขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานที่ 53 ในเมืองเคิร์สค์ในรัสเซีย” วิลเบิร์ต พอลลิสเซน เจ้าหน้าที่สืบสวนระดับสูงชาวเนเธอร์แลนด์ กล่าว

“กองพันที่ 53 เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังรัสเซีย” เขาบอกกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวในเนเธอร์แลนด์

เที่ยวบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ถูกยิงกลางอากาศเหนือภาคตะวันออกของยูเครนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2014 ในระหว่างเส้นทางบินจากกรุงอัมสเตอร์ดัมไปกรุงกัวลาลัมเปอร์

ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 298 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเนเธอร์แลนด์ เสียชีวิตในหายนะครั้งนั้น แต่มีผู้โดยสาร 17 คนที่เป็นชาวออสเตรเลีย ชาวอังกฤษ ชาวมาเลเซีย และชาวอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ทีมสืบสวนสรุปว่า เครื่องบินลำนี้ถูกยิงโดยระบบขีปนาวุธ BUK ที่ผลิตและนำมาจากรัสเซีย และยิงขึ้นมาจากพื้นที่ที่กบฏที่รัสเซียอยู่เบื้องหลังยึดครองอยู่ แต่พวกเขาไม่ได้ระบุโดยตรงว่าใครเป็นผู้เหนี่ยวไก

ในตอนนี้ทีมได้ย้อนรอยเส้นทางที่ขบวนรถติดขีปนาวุธใช้เดินทางจากเมืองเคิร์สค์ไปยังชายแดนเข้าสู่ยูเครนโดยใช้คลิปวีดิโอและภาพถ่าย

พอลลิสเซน ระบุว่า ทีมสืบสวนพบว่า “BUK-TELAR มีลักษณะเฉพาะหลายอย่าง ลักษณะเฉพาะเหล่านี้เหมือนกับเป็นลายนิ้วมือของขีปนาวุธ”

“เราเชื่อว่าสิ่งที่เราสืบพบพิสูจน์ข้อสรุปที่ว่า BUK-TELAR ที่ถูกใช้นี้มาจากกองพันที่ 53 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพสหพันธรัฐรัสเซีย” เขา กล่าวเสริม

รัสเซียปฏิเสธมาตลอดโดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงเที่ยวบินโบอิ้ง 777 และกล่าวให้ร้ายว่ารัฐบาลยูเครียนที่เป็นศัตรูกับตนเป็นผู้ยิงตก

การสืบสวนนี้ที่นำโดยเนเธอร์แลนด์กำลังให้ความสนใจกับคนราว 100 คนที่ต้องสงสัยว่ามี “บทบาทเชิงปฏิบัติการ” ในเหตุการณ์นี้ แต่ทีมสืบสวนไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัย

พวกเขาระบุตัวคนสองคนที่ใช้นามแฝงว่าโอริออน และเดลฟินว่าเป็นผู้ต้องสงสัยรายสำคัญหลังจากได้รับฟังบทสนทนาจากการดักฟังก่อน และหลังเครื่องบินถูกยิงกลางอากาศ

ในวันพฤหัสบดี (24) หัวหน้าทีมสืบสวน เฟร็ด เวสเตอร์เบค กล่าวว่า การสืบสวนกำลังอยู่ใน “ช่วงระยะสุดท้าย” แต่เสริมว่ายังมีเรื่องที่จะต้องทำอีก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “เราได้รับข้อพิสูจน์และหลักฐานมากมาย แต่เรายังไม่พร้อม” ที่จะดำเนินการตั้งข้อหา เขาบอกในการแถลงข่าว

ความคิดเห็น

comments

About