Sunday, 19/8/2018 | 12:41 UTC+7
i-News

แค่ 4 เดือน ชาวซีเรียกว่า 9 แสน กลายเป็นคนพลัดถิ่น

เพียงแค่ 4 เดือนแรกของปี มีผู้พลัดถิ่นภายในซีเรียมากกว่า 920,000 คน นับเป็นตัวเลขสูงสุดในสงครามนาน 7 ปี ตามการเปิดเผยของ องค์การสหประชาชาติ

“เรากำลังมองดูการพลัดถิ่นครั้งใหญ่ภายในซีเรียตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเมษายน มีผู้พลัดถิ่นรายใหม่กว่า 920,000 คน” Panos Moumtzis ผู้ประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติปะจำซีเรีย บอกกับผู้สื่อข่าวในเจนีวา

“นี่เป็นการพลัดถิ่นสูงที่สุดในเวลาอันสั้นเช่นนี้เท่าที่เราเคยเห็นมานับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น” เขากล่าว

การพลัดถิ่นครั้งใหม่ภายในซีเรียทำให้ตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายในประเทศปัจจุบันอยู่ที่ 6.2 ล้านคน ในขณะที่ยังมีผู้ลี้ภัยชาวซีเรียราว 5.6 ล้านคนในประเทศเพื่อนบ้าน ตามข้อมูลของสหประชาชาติ

Moumtzis กล่าวว่า ผู้พลัดถิ่นกลุ่มใหม่เกือบทั้งหมดถูกบีบให้ต้องทิ้งบ้านเกิดของตน หลังจากกองกำลังระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย เข้ายึดครองแผ่นดินเกิดของพวกเขาอาทิเช่นในฆุตเฎาะห์

ตัวเลขดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากการเปิดฉากโจมตีระรอกใหม่ของเครื่องบินรบระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ต่อเป้าหมายพลเรือนในจังหวัดอิดลิบ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน ซึ่งหลายคนเป็นเด็ก

การสังหารพลเรือนเกิดขึ้นทั้งที่อิดลิบเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงลดความรุนแรงในซีเรีย ภายใต้การรับประกันของตุรกี รัสเซีย และอิหร่าน

Moumtzis เตือนถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายหากจังหวัดนี้ที่มีผู้อยู่อาศัยราว 2.5 ล้านคนเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ

ชาวซีเรียหลายแสนคนถูกฆ่าจากระบอบการปกครองที่ก่อสงครามกลางเมืองขึ้นในปี 2011 ด้วยการใช้กำลังปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างโหดเหี้ยม

Moumtzis กล่าวอีกว่า “ความกังวลของเราคือ ด้วยสถานการณ์ในอิดลิบ ที่เราเคยเห็นอาจไม่ใช่ความเลวร้ายที่สุดของสถานการณ์ในซีเรีย”

เขากล่าวว่า โลกต้อง “ทำให้แน่ใจว่าเราจะไม่เห็นสถานการณ์อย่างที่เราเคยเห็นในฆุตเฎาะห์ตะวันออกอีก”

“เรากลัวว่าจะได้เห็นคนอีก 2.5 ล้านคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นและมุ่งเข้าชายแดนตุรกีอีก” เขากล่าว

หลังจากการปิดล้อมมากว่า 5 ปีต่อดินแดนฆุตเฏาะห์ตะวันออก ตามมาด้วยการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง โดยใช้รูปแบบการโจมตีอย่างป่าเถื่อนของอเลปโป ที่เครื่องบินรบรัสเซียจะทิ้งระเบิดแบบปูพรมต่อเป้าหมายพลเรือน เปิดทางให้กองกำลังชีอะห์ของบาชาร์ อัล-อัสซาดยิงปืนใหญ่ถล่มซ้ำ ก่อนเข้ายึดครองพื้นที่ จนทำให้พลเรือนชาวซีเรียใน 2 พื้นที่ดังกล่วต้องหนีตายเข้าไปในจังหวัดอิดลิบ

แต่สำหรับประชาชนในอิดลิบ “ไม่มีอิดลิบแห่งที่สองที่พวกเขาจะย้ายไปได้อีก นี่คือสถานที่สุดท้ายอย่างแท้จริง ไม่มีที่ไหนให้พวกเขาย้ายไปอีกแล้ว” Moumtzis ระบุ

ในขณะเดียวกัน กลุ่มนักรบพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ในการรักษาเมืองที่มีพลเรือนหนีตายมาอาศัยรวมกันอย่างหนาแน่นแห่งนี้

Moumtzis เตือนว่า “องค์ประกอบในตอนนี้ทำให้สถานการณ์สุ่มเสี่ยงอย่างมาก”

At least 16 civilians including 7 children have been killed today after heavy aerial bombardment by Assad's regime and #Russia|n warplanes targeting civilian neighbourhoods of #Taftanaz, #Binish and #Ariha towns. #Idlib #Syria

โพสต์โดย DOAM – Documenting Oppression Against Muslims เมื่อ 10 มิถุนายน 2018

One baby killed this morning after warplanes bombed civilian neighbourhoods of #Binish town. #Idlib #Syria

โพสต์โดย DOAM – Documenting Oppression Against Muslims เมื่อ 10 มิถุนายน 2018

ความคิดเห็น

comments

About