Sunday, 19/8/2018 | 12:40 UTC+7
i-News

สมัชชาใหญ่ UN ประณามยิว”ฆ่าชาวปาเลสไตน์”ในกาซา

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นจาก 120 ประเทศประณามอิสราเอลใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา พร้อมปฏิเสธเสียงเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้นานาชาติกล่าวโทษกลุ่มฮามาสที่มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากพลซุ่มยิงของอิสราเอล

กลุ่มชาติอาหรับได้เสนอร่างญัตติซึ่งมีเนื้อหาประณาม “การใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ไม่เหมาะสม และไม่เลือกหน้า” ที่อิสราเอลกระทำต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีมาตรการปกป้องชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์

จนถึงขณะนี้มีชาวปาเลสไตน์ถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 129 คนจากเหตุชุมนุมประท้วงใกล้พรมแดนกาซาที่เริ่มมาตั้งแต่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยอิสราเอลใช้การลอบสังหารจากพลซุ่มยิงที่ยิงข้ามพรมแดนไปจากพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองไว้

ร่างญัตติที่แอลจีเรีย และตุรกีนำเสนอต่อที่ประชุมในนามกลุ่มชาติอาหรับ และชาติมุสลิมได้รับเสียงสนับสนุนจาก 120 ประเทศ คัดค้าน 8 ประเทศ และงดออกเสียงอีก 45 ประเทศ จากรัฐสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศในสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ

นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ อ้างว่าร่างญัตติดังกล่าวว่าเลือกข้าง “ฝ่ายเดียว” (one-sided) พร้อมกล่าวหาผู้นำชาติอาหรับว่าพยายามล็อบบื้ให้สหประชาชาติประณามอิสราเอลเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากคนในประเทศตนเอง

“สำหรับบางประเทศ การโจมตีอิสราเอลคือเกมการเมืองที่พวกเขาโปรดปราน พวกเขาถึงได้มารวมตัวกันที่นี่วันนี้” เฮลีย์ กล่าวต่อที่ประชุม

สหรัฐฯ ได้เสนอร่างญัตติประณามขบวนการฮามาสซึ่งปกครองเขตฉนวนกาซาว่าเป็นฝ่าย “ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง” แต่ร่างที่สหรัฐฯ เสนอได้รับเสียงสนับสนุนไม่ถึง 2 ใน 3 ทำให้ญัตติดังกล่าวตกไป

กลุ่มชาติอาหรับตัดสินใจนำร่างญัตติปกป้องชาวปาเลสไตน์เข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติแทน หลังถูกสหรัฐฯ ใช้สิทธิ์วีโตในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การลงมติในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติไม่มีผลบังคับผูกพันต่อรัฐสมาชิก และไม่มีชาติใดสามารถใช้สิทธิ์วีโตได้ ซึ่งแตกต่างจากการลงมติในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่สมาชิกถาวรทั้ง 5 ชาติมีสิทธิ์วีโตคัดค้านให้ร่างญัตตินั้นๆ ตกไป

ร่างญัตตินี้กำหนดให้เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เป็นผู้จัดทำและเสนอ “กลไกปกป้องจากนานาชาติ” (international protection mechanism) เพื่อชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ โดยอาจเป็นเพียงการตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ หรืออาจถึงขั้นส่งกองกำลังรักษาสันติภาพอย่างเต็มรูปแบบ แต่ทว่าการจะดำเนินการในลักษณะนี้จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจะถูกสหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ “วีโต” ในที่สุด

ริยาด มันซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมว่า “สิ่งเดียวที่เราอยากจะวิงวอนขอ นั่นคือการช่วยปกป้องพลเรือนของเรา”

ด้าน เฟริดุน ฮาดี ซินีร์ลิโอกลู เอกอัครราชทูตตุรกีประจำสหประชาชาติ กล่าวถึงร่างญัตติประณามอิสราเอลว่าเป็นการ “เลือกเคียงข้างกฎหมายระหว่างประเทศ” และแสดงให้ชาวปาเลสไตน์ได้เห็นว่า “ทั่วโลกยังเป็นห่วงกังวลต่อความทุกข์ทรมานของพวกเขา”

แดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอล วิจารณ์ร่างญัตตินี้ว่าเป็นความพยายาม “ลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง” พร้อมข่มขู่บรรดาทูตว่าการสนับสนุนร่างญัตตินี้ก็เท่ากับ “ส่งเสริมพวกฮามาสให้มีกำลังกล้าแข็งขึ้น”

จีนและรัสเซียโหวตสนับสนุนร่างญัตติประณามอิสราเอล ส่วนฝรั่งเศสเป็น 1 ใน 12 ประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ที่ยกมือสนับสนุน ขณะที่อังกฤษ อิตาลี โปแลนด์ และอีก 13 รัฐอียูเลือกที่จะงดออกเสียง

8 ประเทศที่คัดค้านได้แก่ อิสราเอล, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, หมู่เกาะมาร์แชลส์, ไมโครนีเซีย, นาอูรู, หมู่เกาะโซโลมอน และโตโก

สำหรับร่างญัตติประณามฮามาสของสหรัฐฯ นั้นได้รับเสียงสนับสนุนจาก 62 ประเทศ คัดค้าน 58 ประเทศ และอีก 42 ประเทศงดออกเสียง

ความคิดเห็น

comments

About