Monday, 24/9/2018 | 12:16 UTC+7
i-News

ปาปัวนิกินีประท้วงเดือดเผาเครื่องบินโดยสาร ต้องประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน”

นายกรัฐมนตรีปากัวนิกินีออกคำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 9 เดือนใน จ.เซาเทิร์น ไฮแลนด์ส(Southern Highlands) หลังจากเกิดความรุนแรงจากการประท้วงในสัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นความรุนแรงตั้งแต่ปล้นสะดมร้านค้า ไปจนถึงบุกเผาเครื่องบินโดยสาร และบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด

AFP รายงานวันจันทร์(18 มิถุนายน)ว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินในวันจันทร์(18)ของนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ปีเตอร์ โอ’เนล(Peter O’Neill) ครอบคลุมไปถึงการยุติการบริหารของรัฐบาลท้องถิ่น จ.เซาเทิร์น ไฮแลนด์ส(Southern Highlands) ในช่วงระยะเวลา 9 เดือน

ซึ่งทางตำรวจปากัวนิวกินีระบุว่า ฝูงชนต่างโกรธแค้นคำตัดสินของศาลที่ไม่รับเรื่องการเลือกตั้งปี 2017 ของผู้ว่าราชการจังหวัด วิลเลียม โพวี(William Powi) ท่ามกลางข้อกล่าวหาการคอร์รัปชัน

พบว่าในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้นบุกไปเผาบ้านพักของโพวีจนราบ รวมไปถึงศาลในพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเมนดี(Mendi) และยังเข้าไปเผาเครื่องบินโดยสารของสายการบินประจำชาติ 1 ลำภายในท่าอากาศยานในพื้นที่

แม้การจลาจลที่เกิดขึ้นไม่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางบริษัทสายการบินแอร์นิวกินีกล่าวว่า ลูกเรือของเครื่องบินแบบแดช 8 แอร์ไลเนอร์(Dash 8 airliner) ปลอดภัยดี และได้เดินทางกลับมายังกรุงพอร์ตมอร์สบี เมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และทางสายการบินยังแถลงว่า ในเวลานี้ได้เปิดการสอบสวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และการประเมินความเสี่ยงเพื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนปาปัวนิวกินี ในขณะที่การให้บริการทางการบินไปยังพื้นที่นั้นถูกสั่งระงับชั่วคราว

ซึ่งภาพที่เผยแพร่บนโลกโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นเครื่องบินโดยสารเทอร์โบพร็อพ(turboprop)ระบบเครื่องยนต์คู่ลำหนึ่งกำลังลุกไหม้ ซึ่งลำตัวของเครื่องบินไหม้จนทะลุออกมา

ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการบินพลเรือนปาปัวนิวกินี อัลเฟรด มานาซ(Alfred Manase)กล่าวว่า สนามบินเมืองเมนดีจะยังคงปิดตัวต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนเจ้าหน้าที่สนามบินจะถูกย้ายไปที่อื่นเพื่อความปลอดภัย “นี่ถือเป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับอุตสาหกรรมการบินพลเรือนของปาปัวนิวกินี” มานาซกล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าววันจันทร์(18)

และกล่าวต่อว่า “การโจมตีสายการบินแห่งชาติของเรา ก็เท่ากับเป็นการโจมตีสัญลักษณ์ของประเทศ”

ด้านโอ’เนล นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ได้กล่าวผ่านรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะโพสต์ เคอริเออร์ ว่า “ความปกติจะกลับคืนสู่จังหวัด และในวันนี้พวกเราขอโทษต่อปาปัวนิวกินีสำหรับในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ที่ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความอึดอัด”

และเสริมว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และทุกคนที่เกี่ยงข้องต้องรับผลตามกฎหมายอย่างเต็มที่ต่อการกระทำผิดทางอาญาที่คนเหล่านี้ได้ก่อไว้”

โทมัส อีลูห์ (Thomas Eluh) อดีตตำรวจได้รับอำนาจฉุกเฉินทางรัฐธรรมนูญ พร้อมกับปฎิบัติการควบคุมเป็นการส่วนตัวของโอ’เนลของรัฐบาลประจำจังหวัด

ทั้งนี้นักข่าวจากสถานีวิทยุนิวซีแลนด์ในเมืองเมนดีรายงานว่า จำนวนตำรวจไม่มากเมื่อเทียบกับฝูงชน และไม่สามารถหยุดฝูงชนที่บ้าคลั่งที่มาพร้อมกับอาวุธประสิทธิภาพสูง “พวกม็อบต้องการทำบางอย่าง…ประชาชนกำลังโกรธแค้นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้นจึงกระทำบางอย่างเพื่อเรียกความสนใจจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน”

และเสริมว่า “ในประวัติศาสตร์ของปาปัวนิวกินี ไม่เคยมีใครถึงกับเผาแอร์นิวกินี(เครื่องบิน) เพราะเป็นความภาคภูมิใจของพวกเรา และต่อชาวเมืองเมนดีที่กระทำเช่นนั้น ถือเป็นสิ่งที่น่าเศร้า และทั้งชาติไม่มีความสุขกับสิ่งนี้”

ความคิดเห็น

comments

About