Monday, 23/7/2018 | 3:20 UTC+7
i-News

ทำไปได้! “ซูจี” โทษต่างชาติสร้างความเกลียดทำชุมชนพม่าแตกแยก

ซูจีโพสข้อความอ้าง “เรื่องเล่าสร้างความเกลียดชังจากต่างประเทศผลักดันให้ชุมชนต่างๆ ในพม่าแตกแยกออกจากกัน”

ความอดทน และระยะเวลาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นคืนความไว้วางใจระหว่างชุมชนต่างๆ ซูจีกล่าวกับคริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติประจำพม่าเมื่อวันพุธ (20 มิถุนายน) ตามคำแถลงที่ระบุบนหน้าเพจเฟซบุ๊กของนางอองซานซูจี

นับตั้งแต่ 25 สิงหาคม มีชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 700,000 คน จากรัฐยะไข่ ต้องอพยพหลบหนีไปบังกลาเทศ หลังเกิดการปราบปรามของทหารของพม่า ตามที่สหประชาชาติและหน่วยงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ระบุ

ชาวโรฮิงญาหลายคนรายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในการสังหาร การข่มขืน และการวางเพลิง ที่สหประชาชาติระบุว่าเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์

“ที่ปรึกษาแห่งรัฐยังชี้ว่าเรื่องเล่าต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังจากนอกประเทศ ได้ผลักดันให้สองชุมชนแตกแยกออกจากกันมากยิ่งขึ้น” เนื้อความส่วนหนึ่งในคำแถลงระบุโดยไม่ได้เจาะจงถึงชื่อชุมชน

ในโพสเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม รัฐบาลของซูจีได้แสดงการสนับสนุนช่วยเหลือต่อบรรดาผู้ผลัดถิ่นจากความรุนแรงเฉพาะที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม และกล่าวโทษประชาคมโลกที่เผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทหารพม่าต่อชาวโรฮิงญา

ชาวโรฮิงญาในพม่าถูกปฏิเสธการเป็นพลเมือง และถูกจำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนไหวและการเข้าถึงบริการต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพและการศึกษา มาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในเดือนนี้ พม่าและหน่วยงานของสหประชาชาติได้ลงนามร่างข้อตกลงว่าด้วยการเดินทางกลับของผู้ลี้ภัยโรฮิงญา ความเคลื่อนไหวที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ลดลงถึงจุดต่ำสุดในปีก่อนเมื่อรัฐบาลระบุว่าหน่วยงานของสหประชาชาติได้จัดหาอาหารให้กับผู้ก่อการร้ายโรฮิงญา

ขณะที่ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเพิ่งมาตรการห้ามกลุ่มมะบะธา ขบวนการชาตินิยมชาวพุทธ จากการใช้แพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ของบริษัท รวมทั้งพระสงฆ์ชื่อดังอีก 2 ราย ซึ่งมีชื่อเสียงจากการปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังต่อโรฮิงญา

“พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานเฟซบุ๊ก และเราจะลบบัญชีและเนื้อหาที่สนับสนุน ยกย่องชื่นชม หรือเป็นตัวแทนของบุคคลหรือองค์กรเหล่านี้” ผู้จัดการฝ่ายนโยบายเนื้อหาของเฟซบุ๊ก กล่าว

พระปามุกขะ และพระธุเสตธา พระสงฆ์หัวรุนแรงสุดโต่ง 2 รายที่ถูกขึ้นบัญชีดำเช่นเดียวกับพระวิระธู ที่ถูกเฟซบุ๊กแบนไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม

โดยพระสงฆ์ชาตินิยม และนักเคลื่อนไหวชาวพม่า ได้ตอบโต้มาตรการของเฟซบุ๊กโดย พระธุเสตธา สมาชิกของสหพันธ์สงฆ์พม่ารักชาติ กล่าวกับรอยเตอร์ไม่กี่ชั่วโมงหลังถูกเฟซบุ๊กขึ้นบัญชีดำ “มันเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงความเห็น”

“เราจะใช้เฟซบุ๊กต่อด้วยชื่อบัญชีอื่น เพื่อบอกเล่าความจริงกับประชาชน” พระธุเสตธา กล่าวย้ำเพื่อเผยแพร่ข้อความสร้างความเกลียดชังตามอุดมการของตนต่อไป

ความคิดเห็น

comments

About