Monday, 23/7/2018 | 3:29 UTC+7
i-News

เปิดข้อตกลงลับ “UN-พม่า” ให้โรฮิงญาอยู่ได้แค่ในยะไข่

สำนักข่าวต่างประเทศเปิดข้อตกลงลับ สหประชาชาติ-พม่า เผยให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนในสิทธิความเป็นพลเมือง หรือเสรีภาพการเคลื่อนไหวทั่วประเทศ ของชาวโรฮิงญา เมื่อพวกเขาเดินทางกลับพม่าตามข้อตกลงในการส่งกลับผู้ลี้ภัย

สหประชาชาติบรรลุร่างข้อตกลงกับพม่าเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ที่มีเป้าหมายคือการอนุญาตให้ชาวโรฮิงญาหลายแสนคนที่หนีตายจากการปราบปรามทางทหารของพม่าไปอาศัยอยู่ในบังกลาเทศเดินทางกลับพม่าได้โดยความสมัครใจ และปลอดภัย แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงดังกล่าวต่อสาธารณะ

รอยเตอร์รายงานถึงสำเนาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่บรรลุกันระหว่างสหประชาชาติและเจ้าหน้าที่พม่า จากร่างที่รั่วไหลผ่านทางออนไลน์ พบว่า ความเป็นพลเมืองและสิทธิของผู้ลี้ภัยที่เดินทางกลับพม่าเป็นประเด็นสำคัญของการโต้แย้งที่เกิดขึ้นระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงที่จะฟื้นการเข้าถึงพื้นที่ในรัฐยะไข่สำหรับหน่วยงานสหประชาชาติ ที่ทางการพม่าห้ามองค์กรจากต่างประเทศเข้าพื้นที่ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม

บันทึกความเข้าใจระบุว่า “ผู้เดินทางกลับจะมีเสรีภาพในการเคลื่อนไหวเฉกเช่นเดียวกับชาวพม่าคนอื่นๆ ในรัฐยะไข่ สอดคล้องตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่มีอยู่”

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์รายงานว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าวไม่ได้รับประกันเสรีภาพในการเคลื่อนไหวที่อยู่นอกเหนือไปจากเขตแดนรัฐยะไข่ หรือการจัดการกับกฎหมาย และกฎระเบียบที่ขัดขวางโรฮิงญาจากการเดินทางอย่างเสรี

แกนนำผู้ลี้ภัยและกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวล้มเหลวที่จะรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับชาวโรฮิงญา ที่ต้องหนีตายจากการปราบปรามทางทหารของพม่าที่สหประชาชาติระบุว่าปฎิบัติการดังกล่าวเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์

UNHCR หน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บันทึกความเข้าใจเป็นขั้นตอนแรกและมีความจำเป็น เพื่อกำหนดกรอบการทำงานสำหรับความร่วมมือกับรัฐบาล

ซอ เต โฆษกรัฐบาลพม่า และ วิน มัต เอ รัฐมนตรีกระทรวงสวัสดิการสังคม ไม่ได้ตอบรับโทรศัพท์ในการขอความเห็นในเรื่องนี้จากผู้สื่อข่าว ขณะที่ผู้อำนวยการกระทรวงแรงงาน ตรวจคนเข้ามืองและประชากร ระบุว่าไม่มีอำนาจที่จะแสดงความเห็นในเรื่องนี้

กลุ่มสิทธิมนุษยชนและหน่วยงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์กล่าวว่า ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ที่ใช้เวลาเจรจาข้อตกลงนานหลายเดือน ไม่ได้รับการยินยอมจากรัฐบาลพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัญหาสำคัญเกี่ยวกับสิทธิความเป็นพลเมือง และเสรีภาพในการเคลื่อนไหวของชาวโรฮิงญา

โฆษกสหประชาชาติกล่าวว่า นโยบายของสหประชาชาติคือไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับเอกสารที่รั่วไหล

“UNDP และ UNHCR และรัฐบาลพม่า ยังคงหาหรือเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อความของบันทึกความเข้าใจสู่สาธารณะ” โฆษกระบุในคำแถลงทางอีเมล

รัฐบาลพม่าอ้างว่าโรฮิงญาไม่ได้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์พื้นถิ่นของประเทศ และยังยึดคืนสิทธิในความเป็นพลเมือง โดยรัฐบาลพม่ากล่าวหาว่าโรฮิงญาเป็น “เบงกาลี” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกล่าวหาว่าพวกเขานั้นเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ

บันทึกความเข้าใจ ที่ไม่ได้กล่าวถึงผู้ลี้ภัยด้วยคำว่าโรฮิงญา ต้องการให้รัฐบาลออกเอกสารบุคคลอย่างเหมาะสมให้กับผู้เดินทางกลับทั้งหมด และรับประกันแนวทางที่ชัดเจนและโดยสมัครใจในการเป็นพลเมืองสำหรับผู้ที่มีสิทธิ

แต่แกนนำโรฮิงญาส่วนใหญ่กล่าวว่า พวกเขาจะไม่เดินทางกลับหากไม่มีการรับประกันสิทธิความเป็นพลเมือง และปฏิเสธบัตรพิสูจน์สัญชาติ (NVC) ที่เป็นเอกสารซึ่งทางการพม่าจะให้กับพวกเขาแทนการับบัตรยืนยันการเป็นพลเมือง โดยระบุว่าบัตรดังกล่าวเป็นการแบ่งแยกประเภทผู้พำนักระยะยาวในฐานะผู้อพยพใหม่ และไม่อนุญาตให้เดินทางได้อย่างเสรี

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมารอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่พม่าระดับสูงได้กล่าวกับนักการทูตตะวันตกว่า ข้อเสนอที่จะทบทวนกฎหมายสิทธิในความเป็นพลเมืองที่ส่งผลต่อโรฮิงญานั้นไม่สามารถดำเนินการได้

“เราไม่พอใจบันทึกความเข้าใจนี้ นอกจากจะไม่ใช้คำว่าโรฮิงญา ยังระบุว่า การเคลื่อนไหวอย่างเสรีแค่ภายในรัฐยะไข่ ซึ่งมันสิ่งที่ยากมากสำหรับพวกเรา เราจะไม่ยอมรับบันทึกความเข้าใจฉบับนี้” ประธานองค์กรชาวโรฮิงญาที่ตั้งอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ กล่าว

ความคิดเห็น

comments

About