Thursday, 13/12/2018 | 12:01 UTC+7
i-News

ท่านจุฬา-รมช.มหาดไทย ร่วมส่งฮุจญาตชุดแรกไปฮัจย์

ท่านจุฬาราชมนตรีในฐานอมีรุ้ลฮัจย์ เดินทางยังสนามบินหาดใหญ่ร่วมส่งฮุจญาตเดินทางเทียวแรกไปร่วมประกอบพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยสารการบิน Saudi Arabian Airlines

วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 10.00 น. นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี / อะมีรุ้ลฮัจย์ (หัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ) กล่าวดุอาอฺในพิธีส่งและอำนวยพรแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี 2561 (ฮ.ศ.1439) ณ ศูนย์อำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ฯ อาคารอเนกประสงค์ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเที่ยวบินแรกของสายการบิน Saudi Arabian Airlines ที่จะเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ไปยังท่าอากาศยานมะดีนะห์ ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย โดยมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายสุธี มากบุญ) ประธานพิธีฯ กล่าวอำนวยพร และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (นายราชิต สุดพุ่ม), ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา (นายศักดิ์กรียา บิลแสละ) และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา (นายแพทย์ อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล), ผู้บริหารสายการบิน Saudi Arabian Airlines, ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีฯ

นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมากในเทศกาลฮัจญ์ทุกปี ซึ่งจะมีพี่น้องมุสลิมจากทั่วโลกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครมักกะฮ์ประเทศซาอุดิอาระเบีย จำนวนประมาณเกือบ 3 ล้านคน “ฮัจญ์” จึงเป็นแหล่งรวมประชาคมโลกมุสลิมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่ทุกคนพร้อมใจกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในภารกิจที่ศาสนาอิสลามกำหนด ซึ่งรัฐบาลไทยได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ตลอดมา เพื่อให้พี่น้องมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย และได้ประกอบศาสนกิจอันสำคัญยิ่งอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม การประกอบพิธีฮัจญ์ นอกจากจะเป็นการประกอบศาสนกิจที่ถูกกำหนดไว้ในศาสนาอิสลามแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เราได้รู้จัก และศึกษาเรียนรู้จากผู้คนจำนวนมาก ดังนั้น พี่น้องมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ต้องพยายามแสดงเอกลักษณ์ความเป็นมุสลิมไทยที่ดีงามอย่างโดดเด่นให้กับพี่น้องมุสลิมประเทศอื่น ๆ ได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ นั่นคือการรักษาศักดิ์ศรีของมุสลิมไทยที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และรักความสันติ พี่น้องมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ถือได้ว่าเป็นผู้แทนประเทศไทยที่เป็นทูตสันติภาพในการสร้างสันถวไมตรีกับประชาคมโลก เพราะฉะนั้นพี่น้องทุกคนจงภูมิใจ เช่นเดียวกับคนไทยทั่วประเทศที่ภาคภูมิใจกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในครั้งนี้ด้วย

ด้าน นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในนามศูนย์อำนวยความสะดวกผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ กล่าวว่า การประกอบพิธีฮัจญ์ เป็นบทบัญญัติของศาสนาอิสลามข้อที่ 5 ที่กำหนดแก่มุสลิมที่มีความสามารถในชั่วชีวิตนี้ควรจะได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ดังนั้นมุสลิมทั่วโลกรวมทั้งมุสลิมชาวไทยจึงต้องพยายามหาโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจอันสำคัญนี้ให้สมบูรณ์ให้ได้ ในเทศกาลฮัจญ์ปีนี้ทางการซาอุดิอาระเบียได้จัดสรรจำนวนผู้เดินทางให้กับประเทศไทยเพื่อให้พี่น้องมุสลิมชาวไทยได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ จำนวน 7,851 คน และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทยมีมติเห็นชอบให้ประกาศจำนวนผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ประจำปี 2561 จำนวน 3,515 คน โดยได้กำหนดเที่ยวบินขาไป จำนวน 12 เที่ยวบิน ๆ ละ 295 คน โดยเที่ยวบินแรกกำหนดเดินทางในวันนี้ (16 กรกฎาคม 2561) และเที่ยวบินสุดท้ายกำหนดในวันที่ 16 สิงหาคม 2561 สำหรับการเดินทางในเที่ยวบินนี้ เป็นการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในเที่ยวบินแรกของประเทศไทย กำหนดเดินทางออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ด้วยสายการบินซาอุดิอาระเบียนแอร์ไลน์เที่ยวบิน 5151 เวลา 12.55 น. ถึงท่าอากาศยานมาดีนะห์ในเวลา 18.25 น. เที่ยวบินขากลับ จำนวน 12 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม – 20 กันยายน 2561

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ท่าอากาศยานหาดใหญ่ กองบิน 56 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลาให้การสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ และญาติที่มาส่งเป็นจำนวนมากในแต่ละวันให้เดินทางด้วยความเรียบร้อย มีความสุขสะดวกสบายในการเดินทาง สามารถใช้ชีวิตอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบียได้อย่างถูกต้อง และปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วโลกได้ประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรมว่าประเทศไทยให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถือศาสนาและมีการส่งเสริมทุกศาสนาอย่างแท้จริงด้วย

ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบอาคารอเนกประสงค์ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีบรรดาญาติของผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์มาร่วมส่งกันเป็นจำนวนมากนับพันคน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ความคิดเห็น

comments

About