Thursday, 16/8/2018 | 2:43 UTC+7
i-News

ญาตโวยมาเลย์สรุป MH370 หายแบบไร้ข้อสรุป

รัฐบาลมาเลเซียแถลงผลการสอบสวนฉบับสมบูรณ์กรณีการสูญหายของเที่ยวบิน MH370 วันจันทร์ (30 กรกฎาคม) โดยยืนยันข้อสรุปว่าเครื่องบินลำนี้ถูกควบคุมและบังคับให้ออกนอกเส้นทางมุ่งไปยังมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ แต่ไม่ระบุถึงสาเหตุของการสูญหาย ขณะที่ครอบครัวผู้โดยสารซึ่งรอคอยการแถลงข้อมูลอย่างใจจดใจจ่อต่างแสดงความไม่พอใจที่รายงานฉบับนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่ หรือช่วยคลี่คลายปริศนาการสูญหายของเครื่องบินลำนี้

เครื่องบินโบอิ้ง 777 ลำดังกล่าวสูญหายระหว่างนำผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คนเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์มุ่งไปยังกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อกลางดึกของวันที่ 8 มีนาคม 2014

“ระบบบินอัตโนมัติ (autopilot) ถูกปิดอย่างแน่นอน” ก๊ก ซู ชอน หัวหน้าทีมสืบสวน อธิบายเหตุการณ์ขณะที่เครื่องบินเริ่มหักเลี้ยวออกนอกเส้นทาง และถูกตรวจจับได้โดยเรดาร์ของฝ่ายทหารและพลเรือน

“จากผลทดสอบจำลองการบิน 7 ครั้ง โดยใช้ความเร็วระดับสูง 3 ครั้งและระดับต่ำ 4 ครั้ง เราพบว่าการหักเลี้ยวครั้งนั้นเกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ใช่ระบบ autopilot” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ทีมผู้เชี่ยวชาญยังสรุปไม่ได้ว่า การหักเลี้ยวอีก 2 ครั้งบริเวณตอนใต้ของเกาะปีนังและทางเหนือของ MEKAR เกิดจากการควบคุมของมนุษย์หรือระบบ autopilot และสถานของเครื่องบินก็ยังคงเป็นปริศนา

“การสื่อสารทั้งทางวิทยุและโทรศัพท์ระหว่างนักบินและผู้ช่วยนักบินกับหอควบคุมการบินไม่ได้สื่อความกังวลหรือความเครียด และเมื่อดูจากประวัติการซ่อมบำรุงก็พบว่าเครื่องบินลำนี้อยู่ในสภาพดี ไม่เคยเกิดเหตุขัดข้องหรือความบกพร่องใดๆ ที่อาจนำไปสู่การสูญหายได้” ก๊ก ระบุ

“การสื่อสารที่ขาดหายไปในช่วงก่อนที่เครื่องบินจะออกนอกเส้นทางนั้นน่าจะเกิดจากใครบางคนปิดอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ส่วนเส้นทางและระดับความสูงไม่ได้บ่งชี้ว่ามีเหตุขัดข้องกับระบบควบคุม เชื้อเพลิง หรือเครื่องยนต์”

“เรายังขาดหลักฐานจากกล่องดำและอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอื่นๆ บนเครื่องบิน ซึ่งจะบอกได้ว่าเหตุใดเครื่องบินลำนี้จึงเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ กล่าวโดยสรุปก็คือ ทีมสืบสวนไม่สามารถระบุสาเหตุการสูญหายที่แท้จริงของ MH370 ได้”

“เรายังไม่อาจฟังธงได้ว่า เครื่องบินลำนี้ถูกควบคุมโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นักบินหรือไม่ และก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีกลุ่มบุคคลที่ 3 เข้าแทรกแซง ส่วนบันทึกข้อมูลทางทหารก็ไม่ชี้ชัดว่า การที่เครื่องบินเปลี่ยนระดับความสูงและความเร็วอย่างกะทันหันนั้นมีเจตนาหลบหลีกเรดาร์หรือไม่”

หัวหน้าทีมสืบสวนยอมรับว่า โดยธรรมชาติแล้วผู้ที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือลูกเรือ

“จากการตรวจสอบประวัติของกัปตัน (ซาฮาเรีย) เขาไม่มีความขัดแย้งกับเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัว ไม่มีภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม ไม่ละเลยตัวเอง ไม่มีประวัติล่วงละเมิด ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สารเสพติด ไม่มีการเปลี่ยนพฤติกรรมหรือความชอบส่วนตัว ไม่มีสัญญาณความเครียดหรือความกังวลปรากฏในบันทึกเสียง ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่แสดงให้เห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ… เมื่อตรวจดูประวัติการทำงานก็พบว่า เขาเป็นนักบินที่มีศักยภาพสูง จัดการความเครียดได้ดี และเกือบจะไม่มีประวัติด่างพร้อยเลย”

สำหรับเรื่องที่กัปตัน ซาฮาเรีย เคยใช้เครื่องจำลองการบินที่บ้านทดสอบบินไปในเส้นทางที่น่าสงสัยนั้น ผลการวิเคราะห์พบว่าข้อมูลสับสนเกินไปและไม่ให้รายละเอียดที่ชัดเจนพอ

ในส่วนของนักบินผู้ช่วย ทีมสืบสวนก็ไม่พบแรงจูงใจที่จะทำให้เขาคิดก่อวินาศกรรมเครื่องบิน และสัญญาณมือถือที่ตรวจพบหลังเครื่องบินออกนอกเส้นทางก็เป็นรายละเอียดเล็กน้อยเกินกว่าจะนำมาพิสูจน์อะไรได้

รายงานฉบับสุดท้ายนี้ยังสรุปด้วยว่า “ไม่พบหลักฐานสนับสนุนความเชื่อที่ว่าเครื่องบิน 9M-MRO (ซึ่งถูกนำมาบินในไฟล์ท MH370) อาจถูกควบคุมจากระยะไกล เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ไม่ถูกใช้กับเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์”

คณะผู้ตรวจสอบยังพบว่า สนามบินโฮจิมินห์ของเวียดนามปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง เนื่องจากไม่แจ้งให้ทางการจีนทราบทันทีหลังจาก MH370 ไม่ส่งสัญญาณติดต่อ ส่งผลให้การค้นหาและติดตามเครื่องบินล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

หัวหน้าทีมสืบสวนระบุอีกว่า ทีมสืบสวนได้ตรวจสอบชิ้นส่วนเครื่องบินทั้งหมด 27 ชิ้นที่พบรอบๆ มหาสมุทรอินเดีย แต่มีเพียง 3 ชิ้นเท่านั้นที่ยืนยันได้ว่ามาจาก MH370 เนื่องจากมีหมายเลขทะเบียนชัดเจน ส่วนที่เหลือระบุได้เพียงว่าเป็นชิ้นส่วนจากโบอิ้ง 777

ร่องรอยบนชิ้นส่วนปีกเครื่องบินยังบ่งชี้ว่า MH370 อยู่ในโหมดการบินปกติ (normal flight mode) ขณะที่ตกกระแทกผิวน้ำ เนื่องจาก right flaperon อยู่ในตำแหน่งกลาง ส่วน outward flap ก็อยู่ในสภาพหดเก็บเข้าที่

หัวหน้าทีมสืบสวนยืนยันว่า MH370 ได้บรรทุกแบตเตอรีลิเธียมยี่ห้อโมโตโรลาน้ำหนัก 221 กิโลกรัมไปด้วย แต่ของเหล่านี้จัดว่าไม่เป็นอันตราย

ญาติผู้โดยสารส่วนใหญ่ต่างแสดงความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์รายงานสรุปว่ามีเนื้อหายืดยาวแต่ไม่มีข้อมูลใหม่ๆ ทั้งยังไม่สามารถให้คำตอบเกี่ยวกับชะตากรรมของ 239 ชีวิตที่สูญหาย

“มันน่าผิดหวังจริงๆ” อินตัน ไมซูรา อุษมาน ภรรยาของสจ๊วร์ตคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ “ฉันเสียใจมาก รายงานนี่ไม่ได้ช่วยให้เรารู้อะไรใหม่ๆ เลย”

ความคิดเห็น

comments

About