Monday, 19/11/2018 | 4:34 UTC+7
i-News

จีนติด QR Codes หน้าบ้าน คุมการเคลื่อนไหวอุยกูร์

รายงานจาก Human Rights Watch (HRW) ระบุว่าจีนกำลังติดตั้งรหัส QR Codes ไว้ในบ้านของชุมชนมุสลิมอุยกูร์ เพื่อที่จะได้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของชาวอุยกูร์ได้อย่างรวดเร็ว

independent รายงานว่าการพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามชนกลุ่มน้อยมุสลิมในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ซึ่งยังคงถูกกักขังโดยพลการ เผชิญกับข้อจำกัดรายวันเกี่ยวกับการปฏิบัติทางศาสนา และการบังคับเกี่ยกับแนวคิดการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์

เจ้าหน้าที่รายงานด้วยว่า ชาวอุยกูร์จะต้องสแกน QR Codes ที่ติดตั้งอยู่ที่ประตูบ้านของพวกเขาด้วยสมาร์ทโฟน ก่อนที่จะเข้าบ้าน เพื่อให้ทางการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของพวกเขา

Sophie Richardson ผู้อำนวยการ HRW ว่าประจำจีน กล่าวว่า “รัฐบาลจีนกำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์”

“การรณรงค์ปราบปรามชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ คือบททดสอบที่สำคัญว่าองค์การสหประชาชาติ และรัฐบาลที่เกี่ยวข้องจะลงโทษประเทศจีนที่กำลังสะสมอำนาจมากขึ้น ในการให้เขายุติการละเมิดชาวอุยกูร์ได้หรือไม่”

เจ้าหน้าที่จะติดตั้ง QR Codes ในบ้านแต่ละหลัง เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อยเชื่อสายเติร์กกลุ่มนี้

“เริ่มมาตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2017 ทุกบ้านจะมี QR Codes ติดไว้หน้าบ้านให้พวกเขาสแกนก่อนเข้าบ้าน” ผู้อยู่อาศัยรายหนึ่งที่หนีรอดออกจากเขตปกครองตนเองซินเจียงทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน บอกกับ HRW

“แล้วทุก 2 วันหรือทุกวัน จะมีเจ้าหน้าที่มาที่บ้านและสแกน QR Codes เพื่อดูว่ามีใครบ้าน กี่คน มาที่บ้านหลังนี้ จากนั้นพวกเขาจะถูกเจ้าหน้าที่ตามตัวและถามว่าคุณมาที่นี่ทำไม?”

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทางการจีนจะยังเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ เช่นตัวอย่างดีเอ็นเอ และเสียง เมื่อพวกเขาต้องการหนังสือเดินทาง หรือติดต่อเรื่องบัตรประจำตัวประชาชน หรือหากพวกเขาถูกนำตัวไปสอบปากคำโดยตำรวจ

“พวกเขาใช้ตัวอย่าง DNA ของเรา และสแกนม่านตาเมื่อเราไปทำหนังสือเดินทาง” หญิงวัยกลางคนที่หลบหนีออกจากซินเจียงเมื่อปีที่ผ่านมากล่าว พร้อมเสริมว่า”สำหรับคนที่สามารถอ่านได้ พวกเขาจะถูกให้อ่านข้อความจากกระดาษ แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถอ่านหนังสือออกพวกเขาก็ให้คุณร้องเพลง หรือบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เพื่อที่พวกเขาจะบันทึกเสียงคุณ โดยคุณไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะขัดขืนต่อคำสั่งของพวเขา”

เธอเสริมอีกว่า พวกเขายังถูกบังคับให้ต้องมาที่สถานีตำรวจเพื่อบันทึกการเดินของพวกเขา

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวในเดือนสิงหาคมว่าจีนได้ทำการกักขังชาวอุยกูร์ไว้นับล้านคนในระบบลับของ “ค่ายกักกัน” ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งพวกเขาจะถูกบังคับให้ต้องศรัทธาในลัทธิคอมมิวนิสต์

จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยอ้างว่าค่ายกักดังกล่าวเป็นการฝึกวิชาชีพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเคลื่อนไหวทางสังคมในภูมิภาค

จีนได้กล่าวว่าเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์เผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงจากกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนซึ่งวางแผนโจมตี และปลุกระดมความตึงเครียดระหว่างชาวอุยกูร์ กับชาวจีนฮั่นที่ถูกทางการนำเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่

ตามรายงานที่บอกเล่าจากผู้เคยถูกกักขังเล่ากับ HRW ว่าชาวอุยกูร์ และมุสลิมอื่น ๆ ที่อยู่ในค่ายถูกห้ามไม่ให้ใช้คำทักทายแบบอิสลาม ถูกบังคับให้ต้องเรียนรู้ภาษาจีนกลาง และร้องเพลงโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมนิวนิสต์ด้วย

คนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์กับญาติที่อยู่ต่างประเทศใน 26 ประเทศที่อ่อนไหว ได้แก่ คาซัคสถานตุรกีและอินโดนีเซียได้รับรายงานจากหน่วยงานต่างๆและมักจัดขึ้นเป็นเวลาหลายเดือนโดยไม่มีขั้นตอนอย่างเป็นทางการใด ๆ

We asked An Ran, a Chinese Hui Muslim poet and writer, to do a video for us talking about the proposed plan for the demolition of #Weizhou Grand Mosque in #Ningxia region by the Chinese authorities. There's a local campaign against him for speaking out, calling him a traitor. The police raided his home and is now being harassed.His video: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2587991304559949&id=2481865895172491#反清真运动 #China #Islam

โพสต์โดย Documenting Oppression Against Muslims – DOAM เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2018

Uyghur Muslim detainees in 're-education camps' forced to sing songs praising the Chinese communist party before they are given food.Forced to sing: "There is no new life without the Chinese communist party." #Uyghurs #EastTurkestan #China

โพสต์โดย Documenting Oppression Against Muslims – DOAM เมื่อ วันพุธที่ 15 สิงหาคม 2018

ความคิดเห็น

comments

About