i-News

ข้อตกลงอิดลิบ บทพิสูจน์ชัยชนะตุรกีเหนือบาชาร์

เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่อต้านซีเรียกล่าวในวันอังคาร(18 กันยายน)ยกย่องข้อตกลงระหว่างรัสเซีย และตุรกี เกี่ยวกับอนาคตของจังหวัดอิดลิบ ว่า มันได้ช่วยให้ดินแดนแห่งนี้รอดจากการโจมตีของบาชาร์ อัล-อัสซาดจอมกระหายเลือด ที่ต้องการใช้กำลังเข้ายึดครองดินแดนทั้งหมดของซีเรีย ขณะที่สือในสังกัดบาชาร์อ้างแหล่งข่าวการทูตรัสเซียว่าระบอบการปกครองจะเข้ายึดครองอิดลิบทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้

ดามัสกัสยอมรับข้อตกลงที่เกิดขึ้นในวันจันทร์ แต่สาบานว่าจะกดดันอย่างต่อเนื่องให้ดินแดนถูกตารางนิ้วของซีเรียอยู่ภายใต้การปกครองของบาชาร์ อัล-อัสซาด

เอกอัครราชทูตเลบานอนกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นบททดสอบความสามารถของตุรกีในการทำตามคำมั่นว่าจะปลดอาวุธกลุ่มนักรบชาวซีเรียทั้งหมด

ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ซึ่งเป็นพันธมิตรที่หนุนหลังบาชาร์ อัล-อัสซาด และประธานาธิบดี Tayyip Erdogan ของตุรกีได้ตกลงกันในการประชุมสุดยอดในวันจันทร์เพื่อสร้างเขตปลอดทหารในอิดลิบ ซึ่งกลุ่มนักรบทั้งหมดจะต้องถอนตัวออกจากพื้นที่ภายในกลางเดือนหน้า

ข้อตกลงนี้ช่วยลดโอกาสการรุกรานของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งองค์การสหประชาชาติเตือนว่ามันจะก่อให้เกิดภัยพิบัติทางมนุษยธรรมในอิดลิบ ที่มีประชากรประมาณ 3 ล้านคนอาศัยอยู่

จังหวัดอิดลิบ และอเลปโป ดินแดนที่อยู่ติดกันทางตอนเหนือของซีเรีย เป็นที่ตั้งใหญ่สุดของฝ่ายต่อต้านซีเรีย แต่การสนับสนุนของนักรบจากอิหร่าน และการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ได้ช่วยให้อัสซาดรุกคืบยึดครองดินแดนของฝ่ายต่อต้านซีเรียได้มากขึ้น และทำให้พื้นที่ตกอยู่ในความรุนแรงอีกครั้ง

แต่ความพยายามอย่างเต็มที่ของตุรกีในการคัดค้านการโจมตีจังหวัดอิดลิบ สวนทางกับแนวทางการใช้กำลังของอัสซาด และข้อตกลงดังกล่าวประกาศที่ประกาศเมื่อวันจันทร์นี้เป็นการรักษาบทบาทของตุรกีไว้ในพื้นที่ทางตอนเหนือของซีเรียแห่งนี้ ส่งสัญญาณโดยตรงไปยังอัสซาด

“ข้อตกลงอิดลิบช่วยรักษาชีวิตของพลเรือน และการกำหนดเป้าหมายโจมตีต่อพลเรือนของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด มันเป็นการหยุดความฝันของอัสซาด ที่จะยึดครองทุกพื้นที่ของซีเรีย” Mustafa Sejari เจ้าหน้าที่ของกองกำลังเสรีซีเรีย (FSA) กล่าวกับรอยเตอร์

“พื้นที่นี้จะยังคงอยู่ในการปกครองของ FSA และจะบังคับระบอบการปกครองและผู้สนับสนุนของเขาเพื่อเริ่มต้นกระบวนการทางการเมืองที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงที่จะสิ้นสุดยุคของอัสซาด” Sejari กล่าว

โฆษกคณะกรรมาธิการการเจรจาของต่อต้านซีเรียกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวได้ระงับการรุกรานจากกองกำลังของบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่มีการระดมกองกำลังในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็น “ชัยชนะของการมีชีวิตอยู่ เหนือความตายจากการโจมตี”

“สถานการณ์การโจมตีจะได้รับการยกเว้นจริงอย่างน้อยในช่วงเวลานี้ และเราหวังว่ามันจะถาวร” Yahya al-Aridi กล่าวกับ รอยเตอร์ทางโทรศัพท์

เอกอัครราชทูตซีเรียในเลบานอนให้สัมภาษณ์กับ al-Jadeed TV ของเลบานอนย้ำถึงความไม่ไว้วางใจของรัฐบาลตุรกี โดยชี้ว่าตุรกีเป็นผู้สนับสนุนหลักของฝ่ายต่อต้านซีเรีย และได้วางกำลังไว้ในพื้นที่ปกครองของฝ่ายต่อต้านซีเรียในดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย

“ผมมองว่ามันเป็นการทดสอบความสามารถของตุรกีในการดำเนินการตามข้อตกลงนี้ ตอนนี้พวกเขาอยู่ภายใต้แรงกดดัน และผมเชื่อว่าพวกเขาจะพยายาม”Ali Abdul Karim กล่าว

“เราไม่ได้ไว้ใจตุรกี … แต่มันเป็นประโยชน์กับการที่ตุรกีดำเนินการปลดอาวุธกลุ่มนักรบเหล่านี้ … หากตุรกีสามารถจัดการกับความรับผิดชอบนี้ได้และนี่จะเป็นประโยชน์ต่อเรา” เขากล่าว

พื้นที่ที่ปลอดอาวุธจะถูกตรวจสอบโดยกองกำลังของรัสเซียและตุรกี ตามการแถลงเมื่อวันจันทร์

ปูตินไม่ได้อธิบายถึงวิธีที่พวกเขาจะแยกแยะกลุ่ม “หัวรุนแรง” ออกจากกลุ่มต่อต้านอัสซาดคนอื่น ๆ ยังไม่ชัดเจน

นายปูตินกล่าวว่าการตัดสินใจที่จะจัดตั้งขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคมว่าเป็นเขตปลอดทหารพื้นที่ 15-20 กม. (10-12 ไมล์) ซึ่งอยู่ลึกไปจากพื้นที่ยึดครองของบาชาร์ อัล-อัสซาด และกลุ่มติดอาวุธที่หนุนหลังบาชาร์ โดยกลุ่มหัวรุนแรงจะถูกถอนออกจากพื้นที่รวมทั้งสมาชิกของ Nusra Front, กลุ่มนักรบที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร Tahrir al-Sham

ขณะที่หนังสือพิมพ์ Pro-Assad รายงานว่าระบอบบาชาร์กำลังกลับไปที่อิดลิบ โดยหนังสือพิมพ์ Al-Watan รายงานเมื่อวันอังคารว่าเขตนี้จะมีระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตรรอบเมืองอิดลิบ

นอกจากนี้ยังกล่าวว่าระบอบการปกครองบาชาร์จะกลับสู่อิดลิบภายในสิ้นปี ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาหลังจากที่ผู้ก่อความไม่สงบมอบอาวุธหนักทั้งหมดของพวกเขา และย้ายออกจากพื้นที่พลเรือน

หนังสือพิมพ์ของบาชาร์ อัล-อัสซาด ยังได้อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการทูตของรัสเซียระบุว่า กลุ่มใดที่ปฎิเสธข้อตกลงนี้ แม้แต่กองทัพตุรกี จะถูกจัดเป็น “ผู้ก่อการร้าย” ที่ต้องถูกกวาดล้าง

Erdogan ผู้ซึ่งกลัวการอพยพข้ามพรมแดนของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมาเข้าร่วมกับชาวซีเรีย 3.5 ล้านคนที่มีอยู่แล้วในตุรกีกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านสามารถอยู่ในที่ที่พวกเขาอยู่ และหลีกเลี่ยงวิกฤติด้านมนุษยธรรมได้

ปูตินกล่าวว่าภายในวันที่ 10 ตุลาคม อาวุธหนักทั้งปืนครก รถถัง รวมทั้งจรวด จะถูกนำออกจากพื้นที่เขตปลอดทหารตามข้อเสนอของ Erdogan

ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการประชุมสุดยอด 3 ชาติ ที่ประกอบด้วย ตุรกี รัสเซีย และอิหร่าน ในกรุงเตหะราน โดยผู้นำรัสเซียได้ปฎิเสธข้อเสนอหยุดยิงของตุรกี

อิดลิบถูกปกครองโดยกลุ่ม Tahrir al-Sham ก่อนที่จะมีการรวมกลุ่มกับนักรบหัวรุนแรงอื่นๆ ในเครื่อข่ายอดีต Nusra Front พันธมิตรของกลุ่มอัล-กออิดะห์จนกระทั่ง 2016 ขณะที่กลุ่มนักรบอื่นๆ และกลุ่มนักรบภายใต้ธงของกองทัพเสรีซีเรีย(FSA)รวมอยู่ในด้วยการสนับสนุนของตุรกีภายใต้กลุ่ม “แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ”

ความคิดเห็น

comments

About