Wednesday, 19/12/2018 | 1:20 UTC+7
i-News

ชาวอินโดฯ บุกสนามบิน หวังขึ้นเครื่องทหารหนีตายจากพื้นที่

เช้าวันอังคาร (2 ตุลาคม) หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียประสบความสำเร็จพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นนักเรียนทั้งหมดจำนวน 34 คนภายในโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองที่พังลงมาหลังจากเกิดดินถล่มเมื่อวันศุกร์(28 กันยายน)ที่มีผลมาจากแผ่นดินไหวพบผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของยอดตัวเลขนักเรียน 84 คนที่มีรายงานสูญหายหลังจากเข้าค่ายศึกษาคัมภีร์ไบเบิลในเขต ซิกกิ บีโรมารู(Sigi Biromaru) ในขณะที่เมื่อวันจันทร์ (1) พบประชาชนบนเกาะสุลาเวสีร่วม 3,000 คนบุกเข้าไปภายในสนามบินปาลูที่ปิดลงชั่วคราว เพื่อต้องการขึ้นเครื่องบินทหารเดินทางออกนอกพื้นที่ หนึ่งในผู้ประสบภัยบอกว่าไม่ได้รับทานอาหารมา 3 วันแล้ว

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน รายงานว่า ออเลีย อาร์รีอานี ( Aulia Arriani) โฆษกกาชาดอินโดนีเซียแถลงถึงการค้นพบร่างเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตกับ AFP ในวันอังคาร(2)ว่า “จำนวนคนทั้งหมด 34 รายที่เสียชีวิตนั้นถูกค้นพบโดยทีมเจ้าหน้าที่”

และเสริมต่อว่า ในเบื้องต้นมีการแจ้งจำนวนนักเรียนสูญหาย 86 คนจากค่ายศึกษาคัมภีร์ไบเบิลตั้งอยู่ภายในศูนย์ฝึกโบสถ์โจนุจ(Jonooge Church Training Centre) เขต ซิกกิ บีโรมารู(Sigi Biromaru)

ซึ่งโฆษกกาชาดชี้ว่า ทางทีมเจ้าหน้าทีเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการเข้าถึงจุดโคลนถล่มและนำร่างผู้เสียชีวิตเหล่านั้นออกมา

“สิ่งที่ยากลำบากที่สุดคือการต้องเดินอยู่ท่ามกลางกองโคลนด้วยเท้านานถึง 1 ชั่วโมงครึ่งในขณะที่กำลังแบกร่างผู้เสียชีวิตไปยังรถพยาบาลฉุกเฉิน”

ทั้งนี้เขตภูเขาซิกกิ บีโรมารูเป็นหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.5 ริกเตอร์วันศุกร์(28) ซึ่งเขตนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองปาลู

สภากาชาดสากลประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกออกแถลงการณ์ในเช้าวันอังคาร (2) ว่า ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกาชาด และสภาเสี้ยววงเดือนแดงในอินโดนีเซียได้เคลื่อนย้ายรถบรรทุกขนน้ำจำนวน 7 คันรถเพื่อช่วยผู้ประสบภัย และบรรดาอาสามัครได้แจกจ่ายของบรรเทาทุกข์ เป็นต้นว่า เตนท์ ฟูกนอน อุปกรณ์ด้านสุขอนามัยและสำหรับทารก ไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ประเทศชาติต่างๆได้ตอบรับการร้องขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโก วิโดโด ได้แก่ สหภาพยุโรป และอีก 10 ประเทศ รวมไปถึงสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และจีน สำหรับการบรรเทาทุกข์

ในขณะที่เมื่อวันจันทร์ (1) พบว่าประชาชนจำนวน 3,000 คนบุกเข้าไปด้านในสนามบินขนาดเล็กแห่งหนึ่งในเมืองปาลู พยายามที่จะขึ้นเครื่องบินกองทัพอินโดนีเซียที่จอดรออยู่ หรือเครื่องบินโดยสารพาณิชย์จำนวนหนึ่งภายในสนามบินที่เปิดให้บริการเฉพาะการกู้ภัยฉุกเฉินและบรรเทาทุกข์เท่านั้น อ้างอิงจากเอพี

รอยเตอร์ชี้ว่า เครื่องบินกองทัพที่ถูกจอดทิ้งไว้เพื่อนำผู้อพยพไปยังเมืองเอกของปาลูหรือทางใต้

ซึ่งในวิดีโอคลิปที่บันทึกเหตุการณ์แสดงให้เห็นถึงฝูงชนต่างกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นเพราะพวกเขาไม่สามารถจะขึ้นเครื่องบินทหารที่กำลังออกเดินทางได้

โดยหนึ่งในผู้ประสบภัยหญิงกล่าวว่า “พวกเราไม่ได้กินอะไรมาถึง 3 วันแล้ว” และกล่าวต่อว่า “พวกเราต้องการที่จะปลอดภัยเท่านั้น”

หนึ่งในพยานในพื้นที่กล่าวว่า คิวรอในปั้มน้ำมันที่จะเข้าไปยังเมืองปาลูนั้นมีความยาวร่วมหลายไมล์ ขณะที่คอนวอยรถบรรทุกข์ขนสิ่งของประสบภัยทั้งน้ำ อาหาร และน้ำมัน ต้องรอให้ตำรวจให้การคุ้มครองป้องกันการถูกปล้นสะดมจากประชาชนในพื้นที่ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ปาเลาได้

รอยเตอร์รายงานภาพข่าวทหารอินโดนีเซียช่วยอพยพหญิงชราในรถเข็นนั่งรายหนึ่งในการอพยพที่สนามบินฮาซานัดดิน (Hasanuddin Airport) ในมาคาสซาร์ (Makassar) ทางใต้เกาะสุลาเวสีเมื่อวันจันทร์(1) และในรายงานยังมีภาพประชาชนอินโดนีเซียอยู่บนเครื่องบินลำเลียงทหารที่ท่าอากาศยานมูเตียรา ซิส อัล จูฟรี (Mutiara Sis Al Jufri Airport) ตั้งอยู่สุลาเวสีกลางในวันดียวกัน(1)

ความคิดเห็น

comments

About