i-News

ชาวซาอุฯ งงถูกสื่อตุรกีโยงคดีนักข่าวซาอุ ทั้งที่ไปเที่ยวกับภรรยาก่อนหน้านี้

พลเรือนชาวซาอุดิอาระเบีย งงหลังถูกสื่อมวลชนตุรกี และกาตาร์ กล่าวหาเชื่อมโยงคดีการหายตัวไปในตุรกีของนักข่าวซาอุฯ ที่ลี้ภัยในสหรัฐ ขณะที่สื่อใหญ่สหรัฐฯ ลบรายงานที่เกี่ยวกับ 15 ชาวซาอุฯ โดยให้เหตุผลว่ามีข้อสงสัยในเนื้อหาข่าวที่สำนักข่าวตุรกีรายงาน

ในบรรดาภาพถ่ายที่ตีพิมพ์โดยสื่อมวลชนของตุรกี และกาตาร์โดยอ้างเป็นหลักฐาน ” 15 ชาวซาอุดิอาระเบีย” ที่เดินทางมาถึงอิสตันบูลเพื่อดำเนินการกับ “การหายตัวไปของ Jamal Khashoggi” ภาพเหล่านั้นรวมทั้งภาพเก่า ของนักท่องเที่ยวชาวซาอุดิอาระเบียที่เดินทางมาเที่ยงนครอิสตันบูลพร้อมกับภรรยาของเขาก่อนหน้านี้ ตามการเปิดเผยของ อัล-อาระบียะห์

การแสวงประโยชน์จากภาพถ่ายนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียในกรณีการหายตัวไปของ Khashoggi ทำให้เกิดข้อมูลที่ผิด ๆ อย่างชัดเจนในการนำภาพถ่ายของพลเรือนผู้บริสุทธิ์มาใช้ในเรื่องราวที่สร้างขึ้นเกี่ยวกับการหายตัวไปของ Khashoggi

ภาพดังกล่าวเป็นภาพตัดต่อของ Salah al-Tabiki พลเรือนชาวซาอุดิอาระเบีย เมื่อครั้งที่เดินทางไปเที่ยวตุรกีพร้อมกับภรรยาก่อนหน้านี้ โดยในภาพที่สื่อมวลชนตุรกีนำมาตีพิมพ์ได้ตัดภาพภรรยาของเขาออกไป แล้วนำมาใช้ในการประกอบข่าวการหายตัวไปของ Khashoggi

ขณะที่ The New York Times ยอมรับว่าได้ลบเนื้อหาข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการหายตัวไปของนักข่าวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอ้างว่าซาอุดิอาระเบียส่งเจ้าหน้าที่ 15 คนไปฆ่าเขา

บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ได้เขียนโน้ตไว้ที่ท้ายบทความโดยกล่าวว่า “บทความฉบับก่อนหน้านี้เกี่ยวข้องกับชาวซาอุดิอาระเบียหลายคน ทางนิวยอร์กไทม์ไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้องของเนื้อหาข่าวดังกล่าวจากตุรกี เนื้อหาดังกล่าวจึงถูกนำออกแล้ว”

นอกจากนี้ในรายงานของนิวยอร์กไทม์ ยังได้รายงานโดยอ้างเครดิตภาพ 15 ชาวซาอุดิอาระเบียจากสำนักข่าว Sabah ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลตุรกี และอ้างรายงานจากเจ้าหน้าที่ตุรกีที่ระบุว่า Salah al-Tabiki ผู้ที่ถูกตัดต่อภาพขณะเดินทางไปท่องเที่ยวตุรกีพร้อมภรรยาว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชันสูตรศพของหน่วยงานด้านความปลอดภัยภายในของซาอุดิอาระเบีย

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศร่วมมือกับตุรกี และซาอุดิอาระเบียในการตามหาข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าว FOX ระบุว่า “เรามีทีมงานอยู่ที่นั่นและเรากำลังทำงานร่วมกับตุรกี และตรงไปตรงมาเรากำลังทำงานร่วมกับซาอุดิอาระเบียด้วย เราต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้น”

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดิอารเบียระบุว่าตุรกีสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อสงสัยภายในสถานกงสุลได้พร้อมย้ำว่า “เราไม่มีอะไรต้องซ่อน”

ด้านสำนักข่าว Anadolu ของตุรกีตายงานเมื่อวันอังคาร(9)ว่า กองกำลังรักษาความปลอดภัยของตุรกีได้บุกค้นเครื่องบินส่วนตัวของซาอุดิอาระเบียในวันที่นักข่าวซาอุดิอาระเบียหายตัว แต่ไม่พบหลักฐานใดๆ จึงอนุญาตให้เครื่องบินดังกล่าวเดินทางออกจากตุรกีได้

ทั้งนี้แม้รายงานข่าวของสื่อหลายสำนักของตุรกี และกาตาร์ อ้างว่าซาอุดิอาระเบียไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนคดีดังกล่าว แต่กระทรวงการต่างประเทศตุรกีกลับยืนยันว่าได้รับความร่วมมืออย่างดีจากซาอุดิอาระเบีย โดย Hami Aksoy กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ถึงแม้สถานกงสุลจะได้รับการคุ้มครองตามอนุสัญญาเวียนนา แต่ตุรกีสามารถเข้าไปตรวจสอบภายในสถานกงสุลได้โดยความยินยอมจากหัวหน้าฝ่ายการทูตของซาอุดิอาระเบีย พร้อมระบุว่าพร้อมร่วมมือในเรื่องนี้ และยินดีให้ตรวจสอบภายในอาคารกงสุล” พร้อมเสริมความการสืบสวนยังคงเดินหน้าต่อไป

ก่อนหน้านี้ซอลาห์ คาช็อกกี (Salah Khashoggi) ลูกชายคนโตของ จามาล คาช็อกกี (Jamal Khashoggi) นักข่าวชาวซาอุดิอาระเบียที่หายตัวไปในกรุงอิสตันบูล ได้ประณามความพยายามของฝ่ายต่างๆ ในต่างประเทศที่ทำให้การหายตัวไปของพ่อกลายเป็นประเด็นการเมือง มากกว่าที่เร่งสืบหาตัวพ่อ

โดย ซอลาห์ กล่าวว่า “ปัญหาคือมีพลเมืองซาอุดิอาราเบียหายตัวไป เรากำลังร่วมมือกับทางการซาอุดิอาระเบียในการตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าว “ซอลาห์ กล่าวยืนยันว่ารัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ตอบสนองต่อเหตุดังกล่าวในทันทีที่เกิดเหตุขึ้น

ซอลาห์กล่าวว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนตัว และอยู่ห่างไกลจากกรอบทางการเมือง เขาเน้นว่าครอบครัวของเขากำลังมองหา “ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ” การติดต่อครั้งล่าสุดของผม กับพ่อของผม อยู่ระหว่างการเข้าพักที่วอชิงตัน: ​​”ผมไม่ทราบว่าเขาอยู่ในตุรกี และการเดินทางครั้งล่าสุดของเขาเป็นอย่างไร?” ซอลาห์ กล่าว

สำหรับหญิงสาวชาวตุรกีชื่อ Khadija ผู้ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นของพ่อ ซอลาห์ ผู้เป็นลูกชายกลับบอกว่า “ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ และผมไม่เคยได้ยินเรื่องของเธอ โดยเพิ่งได้ยินมันจากสื่อมวลชน”

เขาเรียกร้องให้หญิงชาวตุรกียุติการแทรกแซงคดีของบิดาในสื่อ “เราเป็นครอบครัวของเขา และเราสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์การหายตัวไปของเขา และการค้นหาเขา” เขากล่าว

ขณะที่ เฟร็ด ไฮแอตต์ บรรณาธิการหน้าบทบรรณาธิการของวอชิงตัน โพสต์ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ซาอุฯ ไม่ได้มอบภาพจากกล้องวงจรปิดหรือหลักฐานใดๆ ตามที่ตุรกีเรียกร้อง แต่เจ้าหน้าที่ตุรกีก็ไม่ได้โชว์หลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวหาที่ว่า จามาล คาช็อกกีถูกสังหารในสถานกงสุลเช่นเดียวกัน

เฟร็ด ไฮแอตต์ ย้ำว่า ความคิดที่ว่า รัฐบาลลวงประชาชนของตนเองไปสังหารในสถานกงสุลในประเทศอื่นโทษฐานที่แสดงความคิดเห็นอย่างสันตินั้นเป็นเรื่องที่เกินจินตนาการ

ความคิดเห็น

comments

About