นายกรัฐมนตรี สก๊อตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียซึ่งรัฐบาลของเขากำลังเผชิญการเลือกตั้งครั้งในอีก 4 วันข้างหน้า กล่าวในวันอังคาร (16 ตุลาคม) ว่า ออสเตรเลียอาจยอมรับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล นำมาซึ่งความกังวลจากเจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย และปาเลสไตน์
ความคิดเห็นของมอร์ริสันเกี่ยวกับการยอมรับเยรูซาเล็ม และอาจย้ายสถานทูตออสเตรเลียไปที่นั่น สอดคล้องกับการตัดสินใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก
ในปีนี้ออสเตรเลียจะลงนามข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซีย ประเทศที่มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก ซึ่งเรื่องปาเลสไตน์เป็นประเด็นอ่อนไหวและประชาชนประท้วงคัดค้านการตัดสินใจของทรัมป์
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เรตโน มาร์ซูดี กล่าวในการแถลงข่าวกับ ริยาด อัล-มาลิกี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของปาเลสไตน์ในกรุงจาการ์ตา ยืนยันว่า อินโดนีเซียสนับสนุนวิธีแก้ปัญหาแบบสองรัฐกับข้อพิพาทนี้ในตะวันออกกลาง และเตือนออสเตรเลียเรื่องความเสี่ยงด้านความมั่นคง
“อินโดนีเซียร้องขอออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ ให้สนับสนุนการเจรจาสันติภาพ และไม่กระทำการที่จะคุกคามกระบวนการสันติภาพนั้นและเสถียรภาพของความมั่นคงโลก” มาร์ซูดี กล่าว
ในวันอังคาร (16) มอร์ริสันบอกกับรัฐสภาว่า เขากำลังติดต่อกับประธานาธิบดี โจโค วิโดโด เพื่ออธิบายจุดยืนของเขา
มาลิกี กล่าวว่า เขาเสียใจที่ออสเตรเลียอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เคารพมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
“พวกเขากำลังทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้า และธุรกิจระหว่างออสเตรเลียกับส่วนที่เหลือของโลกโดยเฉพาะโลกอาหรับและมุสลิมตกอยู่ในความเสี่ยง” เขากล่าว
ในวันเดียวกันเอกอัครราชทูตจากชาติอาหรับ 13 แห่งประชุมกันในกรุงแคนเบอร์รา และเห็นพ้องที่จะส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียเพื่อแสดงความกังวลของพวกเขา มูฮำหมัด ไครัต เอกอัครราชทูตอียิปต์ประจำออสเตรเลีย กล่าว
การเปิดโอกาสยอมรับเยรูซาเล็ม และย้ายสถานทูตของออสเตรเลียไปที่นั่นของมอร์ริสันออกมา 4 วันก่อนการเลือกตั้งในซิดนีย์ที่กลุ่มพันธมิตรกลางขวาของเขามีความเสี่ยงสูญเสียการควบคุมอำนาจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
