เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ทั่วกาตาร์เมื่อวันเสาร์ (20 ตุลาคม) หลังมีฝนตกภายในวันเดียวเทียบเท่าค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปี ส่งผลให้การจราจรบนถนนหลายสายเป็นอัมพาตและบ้านเรือนได้รับความเสียหาย
สเตฟฟ์ โกลเตอร์ นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโสประจำสถานีโทรทัศน์อัลญาซีเราะห์ ทวีตข้อความว่า ที่ย่านอบูฮามอร์ (Aby Hamor) ในกรุงโดฮาวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 59.8 มิลลิเมตรเมื่อวันเสาร์ (20) ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีของกรุงโดฮาซึ่งอยู่ที่ราวๆ 77 มิลลิเมตร
จนถึงช่วงเย็นวันเดียวกันคาดว่ามีฝนตกลงมาไม่ต่ำกว่า 61 มิลลิเมตร
สภาพอากาศที่เลวร้ายส่งผลให้สายการบินกาตาร์แอร์เวย์สต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางในบางเที่ยวบิน ซึ่งสร้างความสับสนอลหม่านพอสมควร
เครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังกาตาร์บางลำต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่คูเวตแทน ขณะที่สายการบินแจ้งเตือนผู้โดยสารว่าอาจจะมีเหตุขัดข้องตามมาอีก
“เนื่องจากสภาพอากาศเหนือกรุงโดฮา เที่ยวบินจึงอาจเกิดความล่าช้าทั้งขาเข้าและขาออก” กาตาร์แอร์เวย์ส แถลงผ่านทวิตเตอร์
ทางการกาตาร์ยังเตือนให้ผู้ใช้รถยนต์หลีกเลี่ยงการใช้อุโมงค์ทางลอดซึ่งอาจมีน้ำท่วมขัง
สื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพรถยนต์ที่จมน้ำเกือบมิดคันหลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในกรุงโดฮา และยังมีคลิปวิดีโอน้ำฝนไหลทะลักลงมาตามบันไดภายในอาคาร ทำให้พนักงานต้องเอาผ้าถูพื้นมาเช็ดถูกันอย่างจ้าละหวั่น
หอสมุดแห่งชาติกาตาร์ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่ถึง 1 ปีประกาศปิดทำการต่อเนื่องจนถึงวันอาทิตย์ (21) “เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน” ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ก็ต้องปิดทำการในวันอาทิตย์ (21) เช่นกัน
อุทกภัยครั้งนี้น่าจะสร้างความวิตกกังวลไม่น้อยต่อรัฐบาลกาตาร์ ซึ่งทุ่มงบประมาณไปแล้วหลายพันล้านในการก่อสร้างสาธารณูปโภคสำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022
ขณะที่ชาวเน็ตบางคนแซวว่าซาอุดีอาระเบียไม่จำเป็นต้องขุดคลอง แยกกาตาร์ให้กลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะธรรมชาติได้จัดการแทนแล้ว

