Thursday, 22/11/2018 | 10:30 UTC+7
i-News

กอ.รมน.แถลงรับ “ทหารชายแดนใต้” อนาจาร “เด็กป.6” จริงจ่อฟันวินัยร้ายแรง

ไขความจริงเรื่องราวผ่านโซเชียล กรณี “ทหารชายแดนใต้” ละเมิดอนาจาร “เด็กนักเรียน ป.6” เผยมีการไกล่เกลี่ยจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 1 แสน ด้านโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 แถลงรับแล้วเป็นเรื่องจริง เตรียมดำเนินการเอาผิดทางวินัยขั้นร้ายแรงสูงสุด

วันเสาร์ (20 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าว MGR Online รายงานความคืบหน้า กรณีมีการเผยแพร่ข่าวผ่านโซเชียล และในเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Suara Patani” แปลว่า “เสียงคนปัตตานี” โดยมีเนื้อหาเล่าถึงเหตุการณ์ทหารได้ล่วงละเมิดเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.5 บ้านค่าย ต.ปูโล๊ะปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้มีคนเข้ามาเปิดอ่าน และส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก จึงกลายเป็นกระแสสังคมในโลกโซเชียลให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก มีการออกมาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย บ้างก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง บ้างก็ไม่เชื่อ หาว่าคนโพสต์เพียงแค่จะทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่

นอกจากนั้น ในเฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้เล่าถึงความคืบหน้าของเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เมื่อข่าวดังกล่าวได้รับรู้ถึงผู้บริหารโรงเรียนที่เกิดเหตุ จึงได้มีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือ และคลี่คลายปัญหาดังกล่าว โดยระบุเพียงชื่อ…เป็นคนพัทลุง ซึ่งเป็นทหารที่ก่อเหตุ แต่ไม่ระบุยศ” ให้ทหารดังกล่าวนี้ยอมจ่ายเป็นเงิน 2 แสนบาท และได้มีการจ่ายเงินมาแล้ว 100,000 บาท และจะจ่ายอีก 100,000 บาท ในราวเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

จากกรณีดังกล่าวนี้ยังได้รับทราบถึงผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบต่อกำลังพลในพื้นที่ดังกล่าว วันศุกร์ (19 ตุลาคม) นำโดย พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทหารพราน 43 หลังได้รับทราบปัญหาดังกล่าวจึงไม่รีรอ ได้เรียกผู้บังคับบัญชาระดับกองร้อยทหารพรานที่รับผิดชอบหน่วยดังกล่าว พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.หนองจิก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมด่วนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และคลี่คลายปัญหา พร้อมคืนความเป็นธรรมให้แก่ทั้งสองฝ่าย พร้อมกันนั้น ยังได้เรียกทหารที่ถูกกล่าวถึงมาทำการชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย

ผลจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทหารยอมรับ ว่า มีการติดต่อแบบสนิทสนมกับเด็กนักเรียนจริง แต่ไม่ได้มีการร่วมหลับนอน เพียงแค่ลูบคลำ หอมแก้ม เนื่องจากเด็กนักเรียนรักชอบเขา แม้เคยปฏิเสธมาแล้วว่าเขาแต่งงานกันไม่ได้ เพราะเขามีเมียแล้ว แต่น้องเขาไม่ยอม ที่สำคัญในโทรศัพท์มือถือของทหารคนดังกล่าว มีการบันทึกวิดีโอคอล มีทั้งภาพ และเสียงการสนทนาระหว่างเด็กนักเรียนกับทหาร มีเป็นภาพอนาจาร จึงทำให้ผู้บังคับบัญชาทำท่าจะไม่เชื่อว่าแค่ลูบคลำ จูบหอมเพียงแค่นั้น บวกกับที่ยอมจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินสดนับแสนบาท

แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ภาพที่ปรากฏในโทรศัพท์มือถือของทหารที่ก่อเหตุในครั้งนี้ อาจเป็นภาพเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเด็กนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อ จึงทำให้ลุงที่ชุบเลี้ยงเด็กนักเรียนดังกล่าวมาตั้งแต่เล็ก ไม่พอใจกับภาพถ่ายดังกล่าว ถึงกับทุบตีโทรศัพท์มือถือแล้วโยนทิ้ง จนทำให้น้องนักเรียนคนดังกล่าวเครียดจนทุกวันนี้

โดยน้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในครั้งนี้เป็นเด็กกำพร้า พ่อเสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารกอายุได้เพียง 9 เดือน แม่เป็นมุอัลลัฟห์ เมื่อสามีเสียชีวิตจึงทิ้งลูกไว้กับตายาย แล้วหนีกลับบ้านเกิดที่โคราช ส่วนค่าเลี้ยงดูส่งเสียนั้นลุงเป็นคนดูแล ซึ่งลุงมีอาชีพเปิดร้านอาหารที่ประเทศมาเลเซีย นานๆ ทีจะกลับมาบ้าน ส่วนใหญ่ก็อยู่กับสองตายาย

ส่วนการดำเนินการต่อกรณีดังกล่าวนี้ ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ กำลังนัดประชุมหารือร่วมกันทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไร เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนในพื้นที่ และมีการเผยแพร่ในโซเชียลอย่างแพร่หลาย

เนื่องจากขณะนี้ผู้เสียหายปฏิเสธการตรวจสอบภายในอวัยวะทางสืบพันธุ์ ว่าได้มีการล่วงละเมิดทางเพศจริงหรือไม่อย่างไร จึงกลายเป็นปัญหาที่ไม่สามารถเดินหน้าในเรื่องการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดได้

ล่าสุด พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมายอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง และได้นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการซักถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงสูงสุด ก่อนที่จะนำตัวผู้กระทำผิดส่งมอบให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำไปดำเนินทางกฎหมายต่อไป นอกจากนั้น ทางโฆษกยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงให้ทราบ ดังนี้

1.พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หากพบเป็นเรื่องจริงให้ลงโทษทั้งทางวินัยขั้นสูงสุด และดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น

2.จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อ 18 สิงหาคม 2561 ภายหลังเกิดเหตุครูประจำชั้นได้นำนักเรียนคนดังกล่าวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.หนองจิก โดยระบุว่า สงสัยถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ไม่ได้มีการตรวจร่างกายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ภายหลังทราบเหตุ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4306 ได้พยายามเข้าไปสร้างความเข้าใจ และไกล่เกลี่ย โดยยินยอมจ่ายเงินค่าเสียหาย แต่ไม่ได้รายงานให้หน่วยเหนือได้รับทราบ จนปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว

3.จากพฤติกรรมที่ปรากฏของอาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าว แม้จะอ้างว่าไม่ได้มีการล่วงละเมิดทางเพศ แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับนโยบายของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และกฎเหล็กของเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความยุ่งยากในการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น โดยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ด้วยการปลดอาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าวออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ปัจจุบันได้ควบคุมตัว ณ หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 จนกว่าพนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก จะแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายต่อไป

4.ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการเน้นย้ำไปยังทุกหน่วยให้กำกับดูแล และกวดขันวินัยกำลังพลอย่างเคร่งครัด พร้อมกับขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขอให้แจ้งผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารทราบ หรือโทร.สายด่วน 1341 หรือแจ้งผ่านตู้ ปณ.41 ปณจ.ยะลา 95000 และหากพบมีการกระทำความผิดจริงจะมีมาตรการลงโทษสถานหนัก

ความคิดเห็น

comments

About