Thursday, 20/6/2019 | 9:17 UTC+7
i-News

ยูเครนประชุมครม.สงคราม หลังถูกรัสเซียโจมตีเรือรบ จับทหารเรือ

ประธานาธิบดียูเครน เปโตร โปโรเชนโก(Petro Poroshenko) เสนอสภาประกาศกฎอัยการศึก หลังประชุมครม.สงครามฉุกเฉินเมื่อคืนวันอาทิตย์(25 พฤศจิกายน) หลังกองกำลังรัสเซียระดมยิงใส่กองเรือรบยูเครน พร้อมกับยึดเรือรบไว้ทั้งหมด 3 ลำใกล้แหลมไครเมียในทะเลดำ (Black Sea) เมื่อวันอาทิตย์(25) แต่ระบุไม่ใช่การประกาศสงครามกับรัสเซีย

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานว่า ในวันจันทร์(26) คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจะมีการประชุมวาระฉุกเฉินถึงเหตุการณ์ความตรึงเครียดใกล้แหลมไครเมียระหว่างรัสเซีย และยูเครนภายใต้การเสนอของรัฐบาลยูเครน

เหตุเกิดในวันอาทิตย์(25) เมื่อรัสเซียใช้เรือสินค้าขนาดใหญ่ลำหนึ่งมาจอดขวางทางน้ำด้านใต้ บริเวณใต้สะพานไครเมียที่เชื่อมระหว่างรัสเซียแผ่นดินใหญ่ และแหลมไครเมียเหนือช่องแคบ

ซึ่งสะพานแห่งนี้เพิ่งถูกเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ปีนี้โดยประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน มีความยาวทั้งหมด 19 กิโลเมตร และถือว่าเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในยุโรป

รอยเตอร์รายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ถูกใช้เพื่อปิดช่องทางน้ำใต้สะพาน และมาพร้อมกับเครื่องบินขับไล่ ซูคอย ซุ-25 จำนวน 2 ลำ บินเหนือสะพานไครเมีย รวมไปถึงฮ.ขับไล่อีกจำนวนหนึ่งเพื่อสะกัดกองเรือรบยูเครน 3 ลำ

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า เกิดขึ้นในเวลา 07.00 น. ตามเวลารัสเซีย พบเรือรบ 3 ลำของยูเครนผ่านเข้าน่านน้ำของรัสเซียในทะเลดำ

โดย 2 ใน 3 ของเรือทั้งหมดเป็นเรือหุ้มเกราะติดปืนใหญ่ลำเล็ก ส่วนอีกลำหนึ่งเป็นเรือลากจูงที่กำลังแล่นอยู่ในทะเลดำ มุ่งหน้าจะผ่านช่องแคบเคิร์ช (Kerch strait) เพื่อเข้าสู่ทะเลอาซอฟ (the Sea of Azov) โดยฝ่ายรัสเซียกล่าวหาว่า เรือรบยูเครนเข้าสู่น่านน้ำรัสเซียโดยผิดกฎหมาย

และในเวลา 11.30 น. ตามเวลารัสเซีย พบว่า มีเรือรบยูเครนอื่นอีก 2 ลำเดินทางออกจากท่าเบียร์เดียนสค์ (Berdyansk) จ.ซาโปโรเจีย ในทะเลอาซอฟเพื่อจะเข้าสู่ช่องแคบจากอีกด้าน แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจ และหันหัวกลับ

ส่งผลทำให้ในคืนวันอาทิตย์(25) ประธานาธิบดียูเครน เปโตร โปโรเชนโก(Petro Poroshenko)ได้เรียกประชุม ครม.สงครามฉุกเฉิน พร้อมกับเสนอให้รัฐสภาประกาศใช้กฎอัยการศึก โดยยูเครนแถลงว่าหลังจากการเผชิญหน้าที่เรือรบของฝ่ายตนถูกระดมยิงใส่ และเรือรบ 3 ลำถูกยึด ส่วนลูกเรืออีก 6 นายได้รับบาดเจ็บ การประกาศกฎอัยการศึกเพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ใช่มีเจตนาเพื่อประกาศสงคราม

ขณะที่บริเวณด้านนอกสถานทูตรัสเซียในกรุงเคียฟ ชาวยูเครนจำนวนมากมารวมตัวกันที่นั่น มีบางส่วนได้วางเรือกระดาษไว้ แต่มีจำนวนหนึ่งได้ขว้างระเบิดควัน และเผายางรถยนต์ด้านนอกของสถานทูต

ทั้งนี้ในการประชุมสภาสงครามซึ่งมีโปโรเชนโกนั่งประชุมอยู่ด้วย และมีการถ่ายทอดผ่านทางโทรทัศน์ บรรดาผู้บัญชาการกองทัพยูเครนได้ให้ข้อมูลว่า มีทหารเรือยูเครนจำนวนทั้งหมด 23 นายถูกฝ่ายรัสเซียควบคุมตัว มี 6 นายได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ 2 นายจากทั้งหมดอยู่ในขั้นสาหัส

ซึ่งหลังจากประธานาธิบดียูเครนเสนอให้ออกคำสั่งกฎอัยการศึก นาย พาฟโล คลิมกิน(Pavlo Klimkin) รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนแถลงว่า มีความเป็นไปได้ว่าทางฝ่ายรัสเซียกำลังวางแผนในการแสดงความก้าวร้าวในอนาคตเหนือน่านน้ำต่างๆหรือบนบก และชี้ว่า ยูเครนต้องพร้อมรับมือ

ทั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทางเคียฟได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งในช่วงระหว่างเกิดปัญหาการสู้รบที่ทางภาคตะวันออกของยูเครนหรือในช่วงเวลที่รัสเซียทำการยึดครองไครเมียของยูเครน แต่ในขณะนั้นยูเครนก็ไม่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกแต่อย่างใด

ด้านอียูออกแถลงขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายแสดงความอดกลั้น และลดความตรึงเครียดของสถานการณ์ลงทันที ส่วนผู้นำสหรัฐฯ ทวีตต่อว่ายุโรปที่ไม่ยอมจ่ายเงินในจำนวนที่เหมาะสมสำหรับความมั่นคงทางการทหาร

ในขณะที่ทางนาโตออกมาเรียกร้องรัสเซีย ให้หลักประกันการไม่ปิดกั้นการเข้าออกท่าเรือของฝั่งยูเครนในทะเลอาซอฟเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในความสงบ

ทั้งนี้ตามสนธิสัญญาทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายลงนามกันไว้ อนุญาตให้รัสเซียและยูเครนต่างมีสิทธิใช้ทะเลอาซอฟ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างประเทศทั้งสอง โดยที่ทะเลแห่งนี้สามารถทะลุออกทะเลดำได้ โดยผ่านช่องแคบเคอร์ช ซึ่งมีความแคบมาก แต่ความตึงเครียดรอบๆ ทะเลอาซอฟได้ขยายตัวขึ้นเป็นอันมาก นับตั้งแต่ที่รัสเซียเข้ายึดครองแหลมไครเมียซึ่งอยู่ใกล้ๆช่องแคบ โดยชิงเอาจากยูเครนมาเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี 2014

ความคิดเห็น

comments

About