Monday, 20/5/2019 | 3:12 UTC+7
i-News

‘กั๊กเหลือง’ ปะทะตำรวจปารีสในอีก รถขวางเผา

กลุ่มชุมนุมเสื้อกั๊กเหลือง ปะทะกับตำรวจปราบจลาจลฝรั่งเศสในกรุงปารีสเมื่อวันเสาร์ (8 ธันวาคม) ระหว่างการประท้วงรอบล่าสุดเพื่อแสดงการคัดค้านต่อต้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง  

กระนั้น พวกผู้ประท้วงซึ่งพากันสวมเสื้อกั๊กเรืองแสงสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ ก็ได้จุดไฟเผารถยนต์หลายต่อหลายคัน รวมทั้งเผาทำลายเครื่องกีดขวางต่างๆ ตลอดจนทุบทำลายหน้าต่างร้านค้า ในความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ ตลอดทั่วบริเวณศูนย์กลางของปารีส ขณะที่ยานยนต์หุ้มเกราะแล่นผ่านไปตามถนนสายต่างๆ

“เจ้าของร้านค้าหลายสิบคนต้องตกเป็นเหยื่อของพวกนักเลงอันธพาล” แอนน์ อิดัลโก นายกเทศมนตรีของปารีสกล่าวผ่านข้อความทางทวิตเตอร์ “เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง น่าเสียใจเหลือเกิน”

การปะทะกันยังเกิดขึ้นจากการชุมนุมเดินขบวนตามเมืองใหญ่อื่นๆ เป็นต้นว่า มาร์กเซย์, บอกโดซ์, ลีอง, และตูลูส ระหว่างการประท้วงทั่วประเทศซึ่งปะทุขึ้นเป็นสุดสัปดาห์ที่ 4 ต่อเนื่องกันแล้ว เพื่อคัดค้านค่าครองชีพที่กำลังแพงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแสดงความไม่พอใจต่อตัวมาครงโดยรวม

ด้านผู้ชุมนุมในกรุงปารีส ต่างร้องตะโกนว่า “มาครง ออกไป” ดังปะปนผสมผเสกับระเบิดแก๊สน้ำตา ขณะที่ผู้คนเรือนหมื่นชุมนุมกันอยู่บนถนนช็องเอลิเซ ย่านช็อปปิ้งหรูหราชื่อดัง

ขณะที่กลุ่มควันสีดำหนาทึบจากบรรดากองไฟที่ลุกไหม้ ลอยสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า ร้านค้าจำนวนหนึ่งและร้านกาแฟแห่งหนึ่งถูกทุบทำลาย และปล้นชิง

“อากาศห่วยแตก รัฐบาลชุดนี้ก็ห่วยแตก” ผู้ประท้วงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งพากันตะโกนขณะที่ฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆ ครั้นถึงช่วงเย็นมันก็เปลี่ยนเป็นฝนที่กระหน่ำหนัก ทำให้ผู้ชุมนุมเดินขบวนที่ยังเหลืออยู่พากันกระจัดกระจายออกไปเป็นจำนวนมาก

ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นในวันนี้ถือว่าอยู่ในขนาดที่เล็กลงมาจากการทำลายล้างและการปล้นชิงซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีรถยนต์ราว 200 คันถูกจุดไฟเผาในเหตุจลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดซึ่งเกิดขึ้นในปารีสในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา

รัฐบาลประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะ “ไม่มีการอดทนอดกลั้นใดๆ ทั้งสิ้น” ต่อพวกอนาธิปไตย, พวกขวาจัด, หรือกลุ่มก่อความวุ่นวายอื่นๆ ซึ่งพยายามหาทางขยายความปั่นป่วนโกลาหลให้แผ่ลามออกไปอีก ท่ามกลางการประท้วงที่จุดชนวนให้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งสาหัสที่สุดในยุคแห่งการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของมาครงอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี เอดูอา ฟีลีป ได้กล่าวยกย่องตำรวจสำหรับการปฏิบัติการรับมือการประท้วงคราวนี้ และให้สัญญาว่าท่านประธานาธิบดีจะกล่าวปราศรัยพูดถึงประเด็นที่พวกประท้วงเรียกร้องให้แก้ไข

“การสนทนากันเริ่มต้นขึ้นมาแล้ว และจะต้องดำเนินต่อไป” เขากล่าว “ท่านประธานาธิบดีจะพูดปราศรัย และจะเสนอมาตรการต่างๆ ที่จะป้อนเข้าสู่การสนทนานี้”

ในการเตรียมรับมือกับเหตุการณ์สุดสัปดาห์นี้ ตำรวจได้เสริมกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 คนตลอดทั่วปารีส รวมทั้งมีการนำเอายานยนต์หุ้มเกราะเข้ามาใช้ในเมืองหลวงเป็นครั้งแรกด้วย

มีผู้ประท้วงกว่า 650 คนถูกควบคุมตัวในปารีส คนเหล่านี้จำนวนมากถูกเรียกให้หยุดเมื่อพวกเขาเดินทางถึงสถานีรถไฟแห่งต่างๆ หรือตามจุดนัดพบต่างๆ โดยเฉพาะผู้ชุมนุมที่พกพาค้อน, ลูกเปตอง, และสิ่งที่อาจใช้เป็นอาวุธชนิดอื่นๆ มาด้วย

บรรดาร้านค้าในย่านช็องเอลิเซ รวมทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่อื่นๆ ยังคงปิดทำการโดยที่มีการนำไม้กระดานมาตีปิดหน้าต่างกระจกของห้างร้างเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกปล้นชิง

ส่วนหอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์แห่งใหญ่ๆ, และสถานีรถไฟใต้ดินจำนวนมากก็ปิดทำการเช่นเดียวกัน พื้นที่หลายๆ ส่วนของกรุงปารีสอยู่ในสภาพถูกปิดตายไปโดยปริยาย

เจ้าหน้าที่ประมาณการว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อกั๊กเหลือง รวมทั้งสิ้นราว 125,000 คนออกมาชุมนุมประท้วงกันทั่วประเทศในวันเสาร์ (8) ลดลงจาก 136,000 คนเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว สำหรับที่กรุงปารีส คริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวว่าในตอนค่ำมีผู้ชุมนุมราว 10,000 คน

ในกรุงปารีส ทางเจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุขระบุว่า มีผู้คน 126 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่มีอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยบอกว่าฝ่ายตำรวจมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 คน

การประท้วง “เสื้อกั๊กเหลือง” ในวันเสาร์ (8) ยังแผ่ลามเลยออกไปจากพรมแดนของฝรั่งเศส โดยที่มีผู้ถูกจับกุมประมาณ 400 คนในการประท้วง “เสื้อกั๊กเหลือง” ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ขณะที่ในหลายๆ เมืองของเนเธอร์แลนด์ก็เกิดการชุมนุมเดินขบวน ทว่าเป็นไปอย่างสงบไม่มีความรุนแรง

ความคิดเห็น

comments

About