Wednesday, 24/4/2019 | 12:01 UTC+7
i-News

ชาวนราฯ ร้องนอภ. ถูกยัดยา เรียกรับเงิน

ชาวบ้านโร่พบนายอำเภอร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี เรียกรับเงินเพื่อแลกกับอิสรภาพ พร้อมนำจดหมายร้องเรียนฝากไปยังแม่ทัพภาค 4 เพื่อขอความเป็นธรรม ขณะที่ชาวบ้านยันถูกยัดยา

นายอาซือมิง มะสาและ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 363 หมู่ 7 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นายอิบรอเฮง ดอเลาะ น้าเขย เป็นคนขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่น นาวารา สีส้ม หมายเลขทะเบียน ผท 21 สุราษธานี ออกจากบ้านพักเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อพาลูกและหลานไปเที่ยว

พอขับรถมาถึงบริเวณด่านตรวจ สี่แยกโผลง (จุดตรวจฉัตรวาริน) เขตเทศบาลตำบลปะลุรอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก็มาพบกับรถยนต์กระบะ 4 ประตู โดยบุคลในรถกระบะคันดังกล่าวได้โบกรถของตนให้หยุด เพื่อขอทำการตรวจค้นภายในรถ โดยอ้างว่ามีคนแจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวมียาเสพติด

ซึ่งผลการตรวจเจ้าหน้าที่อ้างว่า พบยาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีน จำนวน 5 ถุง แต่กลับไม่ยอมให้ดูของกลาง ซึ่งได้เก็บอยู่ในฝากระโปรงท้ายรถและได้นำตัวตนพร้อมบุคคลภายในรถ รวม 3 คน ที่โดยสารมากับรถยนต์มาที่ สภ.สุไหงปาดี เพื่อสอบสวน และได้พูดจาเพื่อต่อรองด้วยเงิน จำนวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)

โดยเขาบอกว่าของกลางมีจำนวนมากเลยต้องขอเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อแลกกับอิสรภาพของบุคคลทั้ง 3 ราย มิฉะนั้นจะจับกุมทั้งหมด ผลการต่อรองสรุปในวงเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยให้ นางสาวสารีดา บินบอเฮง ซึ่งมากับรถคันดังกล่าวพร้อมกับตน เป็นคนดำเนินการในเรื่องของการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพัก สภ.สุไหงปาดี ซึ่งเป็นชุดตรวจค้นจับกุม โดยนำเงินมาทำการจ่ายทั้งหมดที่โรงพักสุไหงปาดี

ซึ่งตน พร้อมกับนายอาซือมิง มะสาและ และนายอิบรฮง ดอเลาะ และนางสาวสารีดา บินบอเฮง ขอรับรองว่าข้อความดังกล่าวนี้เป็นความจริงทุกประการพร้อมลายเซ็นต์กำกับทั้ง 3 คน ลงท้ายจดหมาย

จากนั้นจึงมอบจดหมายคำให้การตามที่พูดไว้ได้เขียนลงบนกระดาษขนาด A4 จำนวน 1 ใบ เพื่อมอบให้กับ พันตรี ศรัณย์ณชัย จิตรเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 เพื่อนำไปมอบให้กับ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยมีนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาเป็นสักขีพยานและให้กำลังใจต่อบุคคลทั้ง 3 ราย ณ ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกเงิน จำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ กรณีตรวจพบยาเสพติดในรถ แต่กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินคดีตนและพวก

ด้านนางวสาวสารีดา บินบอเฮง กล่าวว่า เปิดเผยด้วยน้ำตาว่า ในวันเกิดเหตุตนกับสามีและญาติๆกำลงเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อพาลูกและหลานๆ ไปเที่ยววันเด็กในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะ 4 ประตู ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้ขับไล่มาพร้อมสั่งให้รถยนต์ที่ตนนั่งมาด้วยจอด โดยอ้างว่ามีคนแจ้งมาว่าในรถคันดังกล่าวมียาเสพติด จากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งมาสมทบพร้อมทำการตรวจค้น ซึ่งตนและญาติในรถต่างก็มึนงงกับคำกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ทั้งที่ในรถคันดังกล่าวมีเพียงสะตอกับมะนาวและผ้าที่จะไปร่วมงานบุญเท่านั้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้บังคับให้คนในรถลงจากรถให้หมด และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่บริเวณท้ายกระบะโดยลำพังอยู่นั้น ตนและคนอื่นๆ ก็ยังนั่งอยู่ในห้องโดยสารด้านหน้า

จากนั้นเจ้าหน้าที่ รวม 8 นาย สั่งให้ทุกคนไปโรงพัก โดยอ้างว่าพบของอยู่ในรถ (ยาเสพติด) โดยไปนั่งที่โรงพักตั้งแต่เวลา 15.00 น.ถึง 18.00 น.โดยที่ลูกและหลานที่มาด้วยไม่ได้กินอะไรและร้องให้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับเรียกตนและคนอื่นรวม 3 คนไปสอบสวนและถามว่าจะเอายังไงมีของอยู่ในรถ โดยที่ตนและคนอื่นๆไม่ทราบเรื่องยาเสพติดมาก่อน และของกลางที่อ้างว่าพบอยู่ในรถนั้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้ดู เพียงแต่ให้ตนยอมรับ พร้อมกับได้ถามว่าตนมีตังค์เท่าไหร่ พร้อมกับให้ตนได้คุยโทรศัพท์กับแม่เพื่อให้ช่วยกันหาเงินให้ครบจำนวน 500,000 บาท มาจ่าย แต่แม่ได้ให้ทองมาจำนวนหนึ่งพร้อมกับหยิบยืมกับเพื่อนๆและญาติๆเพื่อนำไปขายและรวบรวมเงินให้ครบภายในเวลา 2 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะจับหมดทุกคนไม่เว้นลูกหลานที่มาด้วยในวันนี้ แต่สามารถหามาได้เพียง 400,000 บาท เท่านั้น ซึ่งหลังจากต่อรองกันเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวก็ยอมตกลงกันที่ 400,000 บาท โดยนำมาจ่ายที่ห้องสอบสวน และหลังจากรับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวบุคคลทั้งหมดให้กัลป์บ้าน ทั้งที่ตนเองท้องมา 2 เดือน เครียดจัดจนแท้งลูก

ด้าน พันตรี  ศรัณย์ณชัย จิตรเพชร หลังจากรับหนังสือจากนางสาวสารีดา บินบอเฮง ผู้ร้องทุกข์แล้ว ได้กล่าวเพียงสั้นๆว่า จากนี้ไปจะดำเนินให้เร็วที่สุดและจะให้ความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด พร้อมกับจะมอบหนังสือให้กับทางแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

ความคิดเห็น

comments

About