Sunday, 21/7/2019 | 2:25 UTC+7
i-News

บะห์เรนช่วยไทยไม่เอาความ ถอนขอส่งกลับฮาคีม หลังออสเตรเลียบี้ไทยหนัก

อัยการยื่นถอนฟ้อง “ฮาคีม” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรนแล้ว หลังทางการบะห์เรนตัดสินใจขอยกเลิกหรือขอถอนคำร้องขอตัวนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากไทย ขณะออสเตรเลียบี้ไทยจนทาทีสุดท้ายแม้ยอมรับเป็นคนชี้ให้ไทยจับเอง

วันจันทร์ (11 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 14.20 น. น.ส.เสฎฐา เธียรพิลากุล พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอถอนฟ้องคดีส่งผู้ร้ายข้ามเเดน คดีดำหมายเลข ผด.6/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นคำฟ้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายฮาคีม อาลี โมฮัมเหม็ด อาลี อัล โอไรบี (Hakeem Ali Mohamed Ali Al Oraibi) หรือนายฮาคีม อาลี โมฮัมเหม็ด อาลี อไลราบี (Hakeem Ali Mohamed Ali Alaraibi) อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรนตามคำขอของทางการบาห์เรน ซึ่งสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นคำฟ้องไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องระบุว่า หลังจากที่อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลาง โดยพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้ยื่นฟ้องนายฮาคีมแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2562 เป็นคดีหมายเลขดำ ผด.2/2562 ที่ศาลกำหนดให้จำเลยยื่นคำคัดค้านภายในวันที่ 5 เม.ย.นี้ และนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 22 เม.ย.นี้ แต่ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่าคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประเทศต่างๆ รวมทั้งองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในวงกว้าง ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 ก.พ. อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางได้รับหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ม.ค. แจ้งว่ากระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจาก รมว.มหาดไทยออสเตรเลีย เกี่ยวกับจำเลย และขอให้ทางการไทยพิจารณาเรื่องการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนอีกครั้ง ซึ่งอัยการสูงสุดก็ได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ขอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประเด็นอื่นๆ ที่อาจจะเป็นเหตุผลที่จะไม่ดำเนินการให้ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 17

กระทั่งกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือแจ้งวันนี้ (11 ก.พ.) ว่ากระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าการดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนดังกล่าวมีผลกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่ามีเหตุผลที่จะไม่ดำเนินการต่อไป จึงขอให้อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนฯ มาตรา 17

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังแจ้งว่า ทางการบาห์เรนได้ตัดสินใจขอยกเลิกหรือขอถอนคำร้องขอตัวนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากไทย โดยอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับจำเลยต่อไปไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคง หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ พ.ศ. 2554 ข้อ 5, 6 กับ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 21 วรรคสอง พนักงานอัยการจึงมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องต่ออัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งไม่ฟ้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 และขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ความเห็นในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับทางการบาห์เรนขอถอนคำร้องขอตัวจำเลยเป็นผู้ร้ายข้ามแดน อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งให้ถอนฟ้องนายฮาคีม โดยให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพื่อให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยต่อไป

ล่าสุดเวลา 14.40 น. ภายหลังศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามโจทก์แล้วยืนยันขอถอนฟ้อง พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อโจทก์ขอถอนฟ้องและจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้านจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยได้ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ พร้อมออกหมายปล่อยจำเลย

โดยคดีนี้รัฐบาลบะห์เรนได้มีหนังสือลงวันที่ 3 ธันวาคม 2561 และเอกสารและเอกสารประกอบคำร้องขอ พร้อมคำแปลภาษาไทยส่งผ่านวิถีทางการทูต ขอให้รัฐบาลไทยจับกุมและคุ้มขังชั่วคราวนายฮาคีม สัญชาติบะห์เรนซึ่งถือหนังสือเดินทางบาห์เรน เพื่อดำเนินการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปรับโทษตามคำพิพากษาที่ประเทศบาห์เรน ในความผิดฐาน
1. ลอบวางเพลิง สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน
2. ชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายมากกว่า 5 คนในที่สาธารณะ และใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรมและก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน
3. ครอบครองวัตถุไวไฟ ซึ่งเป็นระเบิดขวด เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
4. ทำให้รถยนต์ส่วนบุคคลของผู้อื่นเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญาบาห์เรน มาตรา 178 , 179 , 277/1, 277/2, 277 ทวิ, 409/1, 414/1 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกเกิน 1 ปีขึ้นไป และคดียังไม่ขาดอายุความ

โดยนายฮาคีมนั้นเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาดังกล่าวซึ่งศาลได้พิจารณาลับหลังและพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 4 ให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี แต่นายฮาคีมหลบหนีระหว่างประกันตัวสู้คดี และได้รับสิทธิพิเศษในการเดินทางออกไปกาตาร์เพื่อแข่งขันฟุตบอล แต่ฮาคีมได้ฉวยโอกาสดังกล่าวหนีออกนอกประเทศระหว่างประกันตัว จึงทำให้สำนักงานอัยการบาห์เรนจึงได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554 และได้ยืนขอออกหมายจับผ่านตำรวจสากล

ขณะที่ก่อนหน้านี้เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยยอมรับกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ว่าเป็นผู้แจ้งหมายจับแดงของนายฮาคีม มาให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้ควบคุมตัวไว้เอง นี่จึงเป็นเหตุให้ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด จึงจำเป็นต้องกดดันให้รัฐบาลไทยส่งตัวนายฮาคีม กลับไปยังประเทศออสเตรเลียให้ได้

ความคิดเห็น

comments

About