เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ และรัฐบาลบังกลาเทศเผยมีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาเพียงเล็กน้อยที่ตอบสนองแผนการการส่งกลับประเทศ และพวกเขาเหล่านั้นกล่าวว่าไม่ต้องการที่จะเดินทางกลับพม่าหากยังไม่รับการรับรองสถานะ
อาบุล คาลัม คณะกรรมาธิการผู้ลี้ภัยของบังกลาเทศ กล่าวว่า มีชาวโรฮิงญาเพียง 21 ครอบครัว จากที่ได้รับการคัดเลือกส่งกลับประเทศซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี(21 สิงหาคม) ทั้งหมด 1,056 ครอบครัว ที่เต็มใจที่เข้ารับการสัมภาษณ์ถึงความต้องการที่จะเดินทางกลับ พม่า พวกเขาทั้งหมดกล่าวว่าจะไม่เดินทางกลับ
อาบุล คาลัม กล่าวว่า สถานการณ์ในค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองคอกซ์บาซาร์ ที่มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาอาศัยอยู่ราว 1 ล้านคน มีความสงบเรียบร้อย
“ไม่มีเหตุโกลาหลเกิดขึ้นเหมือนเมื่อก่อน พวกเขาไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อสัมภาษณ์และพูดคุยอย่างเป็นอิสระ นี่เป็นเรื่องที่ดีมากๆ พวกเขาเข้าใจสถานการณ์ดีขึ้น” อาบุล คาลัม กล่าว
โฆษกหญิงของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ กล่าวว่า การสัมภาษณ์ครั้งที่ 2 ที่จะดำเนินการกับผู้ลี้ภัยที่ตกลงจะเดินทางกลับพม่า ในการสำรวจความตั้งใจนี้ จะเหมือนกับการสัมภาษณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร
โรฮิงญาบางคนที่ถูกสัมภาษณ์ไปเมื่อวันอังคารกล่าวว่า พวกเขาจะไม่เดินทางกลับจนกว่าพม่าจะให้สิทธิความเป็นพลเมืองกับพวกเขา ซึ่งทางการพม่าปฏิเสธที่จะยอมรับโรฮิงญาเป็นพลเมือง แม้หลายครอบครัวอาศัยอยู่ในพม่ามาหลายชั่วอายุคนก็ตาม แต่พม่ากลับเรียกพวกเขาว่าเบงกาลี ซึ่งพม่าใส่ร้ายว่าพวกเขาเป็นผู้อพยพจากบังกลาเทศ
“เราต้องการการรับรองความเป็นพลเมืองก่อน และพวกเขาต้องเรียกพวกเราว่าโรฮิงญา จากนั้นเราถึงจะเดินทางกลับ เราไม่สามารถเดินทางกลับไปได้หากไม่มีสิทธิของเรา” รุฮุล อามีน ชาวโรฮิงญา หัวหน้าครอบครัวที่มีสมาชิก 9 คน กล่าว
