Saturday, 25/5/2019 | 8:06 UTC+7
i-News

“นาจิบ ราซัค” ยัน ปัญหาหนี้รบ.มาเลย์พุ่งเฉียด 5.2 ล้านล้านแค่เรื่องเล็ก รับมือไหว

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซียออกโรงยืนยันในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ระบุ ภาวะหนี้สินภาครัฐของแดนเสือเหลืองยังอยู่ในระดับที่สามารถ “บริหารจัดการได้” แม้ยอดหนี้ล่าสุดเมื่อนับถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจะพุ่งสูงถึง 582,800 ล้านริงกิต (คิดเป็นเงินไทยราว 5.19 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 54.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคซึ่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีคลังด้วยอีกตำแหน่ง ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างการตอบกระทู้ของวิลเลียม เหลียง จี คีน สมาชิกรัฐสภามาเลเซียจากพรรคฝ่ายค้าน “พีเพิลส์ จัสทิซ ปาร์ตี้” ที่มีนายอันวาร์ อิบราฮิมเป็นแกนนำ โดยนาจิบย้ำว่าภาวะหนี้สินภาครัฐของมาเลเซีย ที่พุ่งแตะระดับ 54.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีเมื่อช่วงสิ้นปี 2014 ที่ผ่านมานั้น ยังอยู่ในระดับที่สามารถ “บริหารจัดการได้”

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียชี้แจงว่า ในความเป็นจริงแล้วยอดหนี้สินภาครัฐของแดนเสือเหลือง ที่สูงถึง 582,800 ล้านริงกิต ดังกล่าวนั้น เป็นหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินภายในประเทศสูงถึง 97.1 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 566,100ล้านริงกิต (ประมาณ 5.04 ล้านล้านบาท) ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลมาเลเซียมีหนี้สินที่กู้ยืมจากต่างประเทศเพียง 2.9 เปอร์เซ็นต์หรือ 16,800 ล้านริงกิต (ราว 149,750 ล้านบาท) เท่านั้น

“ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรายังคงยึดมั่นในการรักษาวินัยการคลังอย่างเข้มงวด และเรามีการบริหารจัดการหนี้สินที่ยอดเยี่ยมดังนั้นปัญหาหนี้สินที่ก่อโดยภาครัฐจึงมิใช่ปัญหาใหญ่ และข้าพเจ้าขอย้ำว่าเราสามารถจัดการกับมันได้” นาจิบกล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2014 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจของมาเลเซียสามารถเติบโตได้ถึงร้อยละ 6 ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ (ร้อยละ 6.1) และถือเป็นเศรษฐกิจที่มีการเติบโตสูงเป็นอันดับที่ 6 ในทวีปเอเชีย อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียมีการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาล เพื่อนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของตนผ่านโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จนยอดหนี้สินภาครัฐพุ่งสูงถึง 54.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

ความคิดเห็น

comments

About