ชาวปาเลสไตน์ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งถูกอิสราเอลโจมตีอย่างเข้มข้นเป็นเวลานานกว่า 100 วัน ได้เริ่มบดอาหารสัตว์เพื่อทำขนมปัง เนื่องจากขาดแป้งสาลี หลังจากการตัดสินใจของอิสราเอลที่จะปิดกั้นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตามรายงานของสำนักข่าว Anadolu
อิสราเอลเปิดฉากการรุกรานต่อดินแดนฉนวนกาซาภายหลังการโจมตีข้ามพรมแดนโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปที่อิสราเอลสังหารไปแล้วอย่างน้อย 25,295 ราย และบาดเจ็บอีก 63,000 ราย เชื่อกันว่ามีชาวอิสราเอลเกือบ 1,200 คนถูกสังหารในการโจมตีของกลุ่มฮามาส
อย่างไรก็ตามสำนักข่าว Haaretz ของอิสราเอลได้เปิดเผยข้อมูลภายหลังว่าเฮลิคอปเตอร์และรถถังของกองทัพอิสราเอลเองที่เป็นผู้สังหารทหารและพลเรือนจำนวนมากจาก 1,139 นายที่อิสราเอลอ้างว่าถูกสังหารโดยกลุ่มต่อต้านปาเลสไตน์
การโจมตีของอิสราเอลทำให้ประชากรกาซาร้อยละ 85 ต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่นภายในประเทศ ท่ามกลางการขาดแคลนอาหาร น้ำสะอาด และยารักษาโรค ในขณะที่ร้อยละ 60 ของโครงสร้างพื้นฐานของฉนวนกาซาได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ตามการระบุของสหประชาชาติ
เนื่องจากการปิดล้อมฉนวนกาซาของอิสราเอล แทบจะไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเลยไปถึงตอนเหนือของฉนวนกาซา
ชาวปาเลสไตน์ที่ยังคงอยู่ในภูมิภาคนี้กำลังดิ้นรนเพื่อหาอาหาร โดยมีแป้งสาลีเป็นความต้องการหลัก
ตากล้องของ Anadolu บันทึกช่วงเวลาที่เด็กๆ ชาวปาเลสไตน์ลี้ภัยในค่ายผู้ลี้ภัย Jabalia ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา กำลังทำความสะอาดอาหารสัตว์เพื่อใช้ทำแป้ง
ขณะเดียวกัน พบว่ามีการขายอาหารสัตว์ในตลาดฉนวนกาซาตอนเหนือ เนื่องจากแป้งสาลีขาดแคลน
วิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นภาพผู้คนในโรงงานแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของฉนวนกาซากำลังบดอาหารสัตว์เพื่อทำแป้ง
UN เตือนว่าประชาชน 2.2 ล้านคนในฉนวนกาซาซึ่งอยู่ภายใต้การโจมตีอย่างรุนแรงของอิสราเอล มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะอดอยาก
