Saturday, 25/5/2019 | 8:04 UTC+7
i-News

รัสเซียเตรียมส่งมอบขีปนาวุธแก่อิหร่านทันที หลังแค่บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เบื้องต้น

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียเมื่อวันจันทร์(13เม.ย.) เปิดทางให้มอสโกส่งมอบระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแก่อิหร่าน ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มแสนยานุภาพทางทางทหารแก่เตหะราน อันเป็นผลจากการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เบื้องต้นกับชาติมหาอำนาจ อย่างไรก็ตามมันก็เรียกเสียงประณามจากอิสราเอลแบบทันทีทันใดเช่นกัน

รัสเซียเคยลงนามในสัญญามูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับขายระบบขีปนาวุธ S-300 แก่อิหร่านในปี 2007 แต่ต้องระงับการส่งมอบในอีก 3 ปีให้หลัง เนื่องจากถูกคัดค้านอย่างหนักหน่วงจากสหรัฐฯและอิสราเอล อย่างไรก็ตามปูตินเผยในวันจันทร์(13เม.ย.) ว่าการห้ามดังกล่าวได้ถูกยกเลิกแล้ว

กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเผยว่านายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายจอห์น เคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯในวันจันทร์(13เม.ย.) เพื่อหารือกันในเรื่องเกี่ยวกับอิหร่าน สถานการณ์ในซีเรีย เยเมนและประเด็นอื่น

จากนั้นนายลาฟรอฟ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ ระบุว่าข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่เห็นพ้องกันเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้คำสั่งแบนของรัสเซียในปี 2010 ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป “S-300 เป็นแค่อาวุธป้องกันตนเอง ไม่สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์รุกรานและจะไม่ทำให้ความมั่นคงของประเทศใด แน่นอนว่าในนั้นรวมถึงอิสราเอล ต้องตกอยู่ในอันตราย”

ข้อตกลงระหว่างอิหร่านและชาติอำนาจที่เห็นพ้องกันเมื่อช่วงต้นเดือน มีเจตนาจำกัดขีดความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของเตหะรานแลกกับการปลดเปลื้องมาตรการคว่ำบาตรนานาชาติ โดยทั้งสองฝ่ายอนุมานกรอบที่ต้องบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 30 มิถุนายน และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการตกลงอย่างจริงจังว่าการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติต่ออิหร่านจะมีขึ้นเมื่อไหร่และจะใช้แนวทางใด

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 รัสเซียเชื่อมโยงการตัดสินใจระงับส่งมอบขีปนาวุธกับมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่กำหนดต่ออิหร่านต่อโปรแกรมนิวเคลียร์ของเตหะราน แต่ ลาฟรอฟ โต้แย้งในวันจันทร์(13เม.ย.) ว่าความเคลื่อนไหวของมอสโกคราวนั้นเป็นการดำเนินการโดยสมัครใจและไม่ได้ถูกบังคับโดยตรงจากมติของยูเอ็น

อิหร่านตอบโต้การแบนคราวนั้นของรัสเซียด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลในเจนีวา เรียกร้องค่าเสียหาย 4,000 ล้านดอลลาร์ฐานผิดสัญญา แต่ศาลไม่มีคำพิพากษา ในเรื่องนี้นายลาฟรอฟบอกในวันจันทร์(13เม.ย.) ว่ารัสเซียจำเป็นต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งในประเด็นด้านการค้าและชื่อเสียง “สืบเนื่องจากการระงับสัญญา รัสเซียต้องสูญเสียเงินไปมหาศาล เราไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้อีก” เขากล่าวพร้อมระบุว่าอิหร่านจำเป็นต้องมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัย เพราะสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค โดยเฉพาะในเยเมน

ลาฟรอฟไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะส่งมอบขีปนาวุธแก่อิหร่านเมื่อไหร่ แต่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่รัสเซียบอกว่า S-300 ที่ต้องส่งมอบตามสัญญาเมื่อปี 2007 ได้เลิกผลิตไปแล้วและเสนอรุ่นปรับปรุงใหม่ที่เรียกว่า Antey-2500 แทน

ความเคลื่อนไหวนี้ของรัสเซียเรียกเสียงประณามจากอิสราเอล ปรับตัวฉกาจของอิหร่านอย่างฉบับพลัน โดยชี้ว่ามันเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีกับคำพูดที่ของเขาที่บอกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านจะทำให้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีความถูกต้องชอบธรรม

“นี่คือผลโดยตรงแห่งความชอบธรรมทางกฎหมายที่อิหร่านได้รับจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่กำลังเตรียมการกัน และพิสูจน์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของอิหร่านตามหลังการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านการจัดหาอาวุธแก่ตนเอง ไม่ใช่เพื่อความผาสุกของประชาชนชาวอิหร่าน” รัฐมนตรีข่าวกรองอิหร่านระบุในถ้อยแถง

ความคิดเห็น

comments

About