Tuesday, 16/7/2019 | 4:04 UTC+7
i-News

ชี้’เอเชียน่า’ไถลหลุดรันเวย์เจ็บ27 ซ้ำรอยอุบัติเหตุในซานฟรานซิสโก

เครื่องบินโดยสารของเอเชียน่า แอร์ไลนส์ พุ่งชนเสาวิทยุสื่อสารขณะร่อนลงจอดในสนามบินเมืองฮิโรชิมา ของญี่ปุ่นเมื่อคืนวันอังคาร (14 เม.ย.) ส่งผลให้เครื่องไถลออกนอกรันเวย์ และมีผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บรวม 27 คน ทั้งนี้ตามภาพวิดีโอที่นำออกมาเผยแพร่ในวันพุธ (15) ขณะที่อดีตนักบินผู้หนึ่งชี้ อุบัติเหตุล่าสุดคราวนี้มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งเครื่องของสายการบินเกาหลีใต้แห่งนี้ตกกระแทกรันเวย์ที่เมืองซานฟรานซิสโก, สหรัฐอเมริกา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน

จากภาพวิดีโอมุมสูงภายในสนามบินเมืองฮิโรชิมา ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น แสดงให้เห็นเสาวิทยุสื่อสาร ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงคล้ายซุ้มประตูขนาดใหญ่ความสูง 6 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นของรันเวย์ราว 300 เมตร อยู่ในสภาพแตกหักเป็นเศษเล็กเศษน้อยกระจายอยู่บนรันเวย์

บริเวณด้านหน้ารันเวย์ส่วนที่เป็นหญ้ายังปรากฏรอยล้อเครื่องบินครูดอย่างชัดเจน ขณะที่บนรันเวย์ก็มีชิ้นส่วนเสาวิทยุสื่อสารขนาดใหญ่ๆ หลายชิ้นตกอยู่ ทั้งนี้เสาวิทยุสื่อสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมการลงจอด

ห่างออกไปอีกหลายร้อยเมตร ปรากฏรอยล้อที่บ่งชี้ว่า เครื่องบินแอร์บัส เอ320 ลำนี้ได้ไถลออกไปนอกรันเวย์ ขณะร่อนลงจอดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. (18.00 น. ตามเวลาไทย) ของวันอังคาร (14) และเครื่องหมุนคว้างกว่า 90 องศา

เศษเหล็กที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเสาวิทยุสื่อสารห้อยอยู่ที่ปีกเครื่องบินด้านหนึ่ง ขณะที่ระบบบันไดฉุกเฉินของเครื่องบินถูกเปิดออก ให้ผู้อยู่บนเครื่องใช้หลบหนีออกมา

ผู้โดยสารจำนวนมากในเที่ยวบิน OZ162 ซึ่งมีต้นทางจากอินชอน ท่าอากาศยานใหญ่ของเกาหลีใต้ที่อยู่ใกล้ๆ กรุงโซล และสู่ปลายทางที่เมืองฮิโรชิมา ต่างอยู่ในอาการหวาดกลัวและสับสน บางคนเล่าว่า มีควันคละคลุ้งในเครื่องและหน้ากากออกซิเจนหล่นลงมา แม้แต่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยังตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทั้ง 73 คนและลูกเรืออีก 8 คนยังคงออกจากเครื่องบินอย่างปลอดภัย แม้มี 27 คนได้รับบาดเจ็บก็ตาม ทั้งนี้ตามการแถลงของทางการญี่ปุ่น

ทางด้านสำนักข่าวจีจิเพรสของญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันพุธ (15) ว่า ตำรวจฮิโรชิมาได้เริ่มตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายใต้สมมติฐานว่าอาจมีการประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เครื่องบินลำนี้ติดตั้งระบบลงจอดที่ซับซ้อน ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลืออย่างสมบูรณ์แก่นักบินเกี่ยวกับทิศทางและระดับความสูง ขณะเมื่อเครื่องบินเคลื่อนเข้าหาสนามบินจากด้านตะวันตก

แต่ปรากฏว่าทิศทางของลมทำให้เครื่องบินกลับบินเข้าหาสนามบินจากด้านตะวันออก ส่งผลให้นักบินซึ่งตามรายงานระบุว่า เป็นนักบินเกาหลีใต้ที่มีประสบการณ์ ไม่สามารถใช้ระบบดังกล่าวอย่างสมบูรณ์

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นระบุว่า มีฝนตกเมื่อตอนที่เที่ยวบินนี้ของเอเชียน่าไปถึงสนามบินฮิโรชิมา แต่ไม่มีลมกรรโชก และขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน

ทางด้านเอเชียน่าแถลงว่า ผู้โดยสาร 18 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวญี่ปุ่น 14 คน, เกาหลี 2 คน และจีน 2 คน ได้รับบาดเจ็บ แต่มีเพียงคนเดียวที่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ยังไม่ทราบว่าทำไมทางการญี่ปุ่นและสายการบินเอเชียน่าจึงให้ตัวเลขผู้บาดเจ็บที่แตกต่างกัน

สายการบินของเกาหลีใต้แห่งนี้ยังแถลงขออภัยที่ทำให้ผู้โดยสารและประชาชนวิตกกังวล พร้อมระบุว่า ได้จัดตั้งทีมรับมือเหตุการณ์นี้ทันที และร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อระบุหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

โฆษกของเอเชียน่าในกรุงโซลเผยว่า บริษัทกำลังตรวจสอบรายงานข่าวของสื่อญี่ปุ่นที่ว่า เที่ยวบินดังกล่าวพยายามลงสู่รันเวย์ในระดับต่ำกว่าปกติ ก่อนบินเฉี่ยวหอระบบสื่อสารที่อยู่ใกล้รันเวย์

ส่วนที่ฝรั่งเศส แอร์บัสแถลงว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือ หากเอเชียน่าต้องการ

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุดย้ำเตือนเหตุการณ์ที่เครื่องบินของเอเชียน่าตกในเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2013 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และได้รับบาดเจ็บ 182 คน

เจ้าหน้าที่สอบสวนของสหรัฐฯ สรุปว่า สาเหตุที่เป็นไปได้คือ ความผิดพลาดในการลงจอดแบบอัตโนมัติ ส่งผลให้เครื่องโบอิ้ง 777 ไถลเข้าหากำแพงกันคลื่นและตกกระแทกรันเวย์

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้สั่งลงโทษเอเชียน่า ด้วยการระงับให้บริการเส้นทางบินสู่ซานฟรานซิสโกนาน 45 วัน

สำหรับอุบัติเหตุล่าสุด แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ทว่า อากิระ มาเอเนะ อดีตนักบินของออล นิปปอน แอร์เวย์ส สายการบินชั้นนำของญี่ปุ่น ระบุว่า คล้ายคลึงมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก และว่า ในครั้งนี้ผู้โดยสารและลูกเรือรอดชีวิตชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด เนื่องจากมุมในการกระแตกรันเวย์นั้นเป็นมุมแคบๆ

https://www.youtube.com/watch?v=1Q26LJOwiCw

ความคิดเห็น

comments

About