i-News

หาดทรายงอกกว่า 100 ไร่ที่บริเวณชายหาดวนปราณบุรี

เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ดินบริเวณชายหาดวนปราณบุรี ที่เมื่อกว่า 15 ปีที่แล้วเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจนหาดทรายหาย แต่หลังจากปี 2545 กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการทิ้งหินลงในทะเล 3 จุดแก้ปัญหาทำให้ในปัจจุบันปัญหาชายหาดถูกกัดเซาะหายไป ทำให้เกิดหาดทรายงอกขึ้นมาใหม่กว้างใหญ่ตลอดแนวถึง 100 ไร่และยังเกิดปรากฏการณ์ทะเลแหวกในช่วงน้ำทะเลลง กลายเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่วนอุทยานปราณบุรี ประจวบฯ

วันนี้ (18 พ.ค.) นายสมหมาย กิตยากุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังวนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายสมศักดิ์ กรีธาธร หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และพาเยี่ยมชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในป่าชายเลนวนอุทยานปราณบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางธรรมชาติและบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายหาด โดยในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชมเส้นทางเพื่อศึกษาธรรมชาติของพันธุ์ไม้ในบริเวณป่าชายเลนและป่าชายหาดจำนวนมาก

นายสมศักดิ์ กรีธาธร หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี กล่าวว่า ในปี 2517 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมหมู่บ้านปากน้ำปราณ และทอดพระเนตรเห็นต้นโกงกาง ซึ่งชาวบ้านนิยมนำมาเผาถ่าน ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในพันธุ์ไม้ป่าชายเลน พระองค์ทรงมีพระราชเสาวนีย์ส่งเสริมให้มีการปลูกพันธุ์ไม้บริเวณปากน้ำปราณบุรี กรมป่าไม้จึงจัดตั้ง “โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี ตามพระราชประสงค์” เพื่อเป็นโครงการที่ดำเนินการตามพระราชเสาวนีย์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้บริเวณปากแม่น้ำปราณบุรี

หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี กล่าวต่ออีกว่า ในปี 2525 กรมป่าไม้ประกาศพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่าและป่าคลองคอยจัดตั้งเป็น “วนอุทยานปราณบุรี” เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและนันทนาการ สภาพมีทั้งป่าชายเลน ป่าเบญจพรรณ และป่าชายหาดมีทิวทัศน์และหาดทรายที่สวยงาม

โดยในเวลาต่อมาเมื่อปี 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนวนอุทยานปราณบุรี ทั้งสองพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นพื้นที่ป่าชายเลนมีสภาพความเสื่อมโทรม จึงมีพระราชดำริให้มีการฟื้นฟูสภาพป่าและรักษาพื้นที่ป่าไม้บริเวณปากน้ำปราณบุรี กรมป่าไม้จึงได้สนองพระราชดำริ โดยเปลี่ยนชื่อโครงการฯเป็น “โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เพื่อให้มีการบริหารจัดการพื้นที่ป่าให้กลับมาคงความอุดมสมบูรณ์

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ กรีธาธร หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี ยังได้นำคณะเยี่ยมชมบริเวณชายหาดด้านหน้าของวนอุทยานปราณบุรี ซึ่งปัจจุบันเป็นหาดทรายขนาดใหญ่และมีพื้นที่กว้างตลอดแนว สิ่งสำคัญเมื่อปี 2545 ทางกรมเจ้าท่าได้มีการนำหินมาทิ้งลงบริเวณด้านหน้าชายหาด 3 จุด เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะชายหาดที่หายไป จนทำให้ปัจจุบัน ปัญหาการกัดเซาะในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวหายไป และมีชายหาดขนาดใหญ่ที่เกิดจากขึ้นจากธรรมชาติงอกขึ้นมากว่า 100 ไร่

ไม่เพียงเท่านั้น ในปัจจุบันยังได้เกิดปรากฏการณ์ทะเลแหวกในช่วงน้ำทะเลลง ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางลงไปเที่ยวชมยังจุดที่มีการทิ้งหินในทะเลและสามารถชมความงามโค้งเว้าของหาดวนอุทยานปราณบุรีตลอดแนวได้อีกด้วยจนทำให้มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวนอกจากศึกษาธรรมชาติของป่าชายเลนแล้ว ยังมีป่าโกงกายอายุกว่า 100 ปีอยู่ประมาณ 100-200 ต้น แต่ละต้นวัดโดยรอบได้ประมาณ 100 ชั่วโมง และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติของป่าชายหาด พร้อมชมทะเลแหวกที่สวยงาม ซึ่งถือเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวต้องการมาเที่ยวชมทะเลแหวก สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ 081-8806959

ความคิดเห็น

comments

About