Tuesday, 25/6/2019 | 10:33 UTC+7
i-News

พบกุรอานเก่าแก่ยุคท่านศ่อฮาบะฮฺ ในห้องสมุดมหาลัยอังกฤษ

อัลลอฮุอักบัร!!! นักวิจัยอังกฤษเผยพบกุรอานที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เขียนด้วยลายมือ คาดมีอายุไม่น้อยกว่า 1,370 ปี

ไทม์ออฟอิสราเอล รายงานว่าสำนักข่าว BBC รายงานเมื่อวันอังคารที่(21)ผ่านมาว่านักวิจัยในสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่าได้ค้นพบชิ้นส่วนของคัมภีร์กุรอาน ที่คาดว่ามีอายุในช่วง 20 ปีหลังการวะฟาตของท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยอฮิวะซัลลัม ช่วงปี 632 หรือประมาณ 1,370 ปี นับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ชื้นส่วนกุรอานดังกล่าวถูกพบในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมพร้อมกับเอกสารเก่าแก่ของตะวันออกกลางเล่มอื่นๆ และต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ ซึ่งนักศึกษาที่กำลังทำวิจัยในระดับปริญญาเอกได้พบมันโดยบังเอิญ

นิวยอร์กไทม์รายงานว่า จากการตรวจสอบทางเคมี(Oxford Radiocarbon Accelerator Unit)ต่อคุณสบบัติของวัสดุกระดาษที่ใช้จดบันทึก(BBC รายงานว่าเป็นหนังสัตว์)พบว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูง(95.4%)ว่าสิ่งที่พบมีอายุอยู่ในระหว่างปี 568 ถึง 645 ซึ่งทำให้หนังสือเก่าแก่ดังกล่าวมีอายุอย่างน้อย 1,370 ปี

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามของมหาวิทยาลัย ศ. David Thomas กล่าวว่าเป็นไปได้ว่าเอกสารดังกล่าวถูกทำขึ้นในช่วงที่ท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ยังมีชีวิตอยู่

“เรากำลังช็อคกับสิ่งที่พบ”เขากล่าว

อัลกุรอานเก่าแก่ที่ถูกพบในห้องสมุดมหาวิทยาลัยในอังกฤษ คาดว่าถูกเขียนขึ้นในยุคหลังการเสียชีวิตของท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ไม่เกิน 20 ปี

อัลกุรอานเก่าแก่ที่ถูกพบในห้องสมุดมหาวิทยาลัยในอังกฤษ คาดว่าถูกเขียนขึ้นในยุคหลังการเสียชีวิตของท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ไม่เกิน 20 ปี

เอกสาร 2 ชิ้นที่เขียนด้วยลายมือเป็นส่วนของ ซูเราะห์ ที่ 18 – 20 โดยมีผู้เข้าใจผิดนำไปผูกรวมไว้กับต้นฉบับกุรอานที่คล้ายกัน

“พวกเขาอาจพาเรากลับไปภายในช่วงของการกำเนินของศาสนาอิสลามขึ้น” โทมัสกล่าวว่า

ศ.โทมัสอธิบายว่าในช่วงของท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม อัลกุรอานได้ถูกประทานลงมาจากพระเจ้า มีการเก็บรักษาในรูปแบบของการท่องจำ บางส่วนถูกบันทึกไว้ที่หิน, ในต้อนอินทผลัม, หรือหนังอูฐ

“ตามหลักในศาสนาอิสลาม ท่านนบีมูฮัมหมัด ได้รับประทานอัลกุรอานลงมาในช่วงระหว่างปี 610 ถึง 632 ซึ่งเป็นปีที่ท่านนบีวะฟาตเสียชีวิต” เขากล่าว

“คนที่เขียนมันอาจได้รู้จักกับท่านนบี เขาอาจจะได้เห็น เขาอาจจะเคยได้ยินเขาสั่งสอน และอาจจะได้รู้จักท่านนบีเป็นการส่วนตัว และอาจเป็นคนที่รู้ใจความคิดของท่านด้วย” เขากล่าวเสริม

โทมัสกล่าวว่า คัมภีร์กุรอานถูกรวบรวมโดยปี 650 แต่บางคนบอกว่ามีบางส่วนที่ถูกรวบรามไว้ก่อน ซึ่งถูกเขียนเป็นภาษาอาหรับด้วยลายมือในรูปแบบอักษร Hijazi

“ส่วนของคัมภีร์กุรอานที่พบล่าสุดมีการเขียนด้วยลายมือ สามารถจะอธิบายได้ว่าการดำเนินการนี้เกิดขึ้นน้อยกว่า 20 ปี หลังการเสียชีวิตของท่านนบี” โทมัสกล่าวเพิ่ม

“ชิ้นส่วนที่พบ มีความใกล้เคียงกับอัลกุรอานในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสนับสนุนว่าอัลกุรอ่านแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือไม่มีการเปลียนแปลงเลย และมันสามารถระบุได้ชัดเจนในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงที่สุดของมัน ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการเปิดเผยในเร็วๆ นี้”เขากล่าว

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า การค้นพบนี้จะช่วยแก้ข้อกล่าวหาที่เป็นข้อขัดแย้งกันว่ากุรอานสมบูรณ์หรือไม่ และยังจะเป็นการตอบข้อสงสัยที่ว่ากุรอานมีการเปลี่ยนแปลงหลังการวะฟาตของท่านนบีหรือไม่

โดยเอกสารดังกล่าวเป็นหนึ่งใน 3,000 ชิ้น ที่ถูกรวมรวมในช่วงปี 1920 โดย Alphonse Mingana นักบวช และนักประวัติศาสตร์  ที่เกิดในอิรัก โดยเอกสารถูกเคลื่อนย้ายออกจากดินแดนตะวันออกกลางโดย Edward Cadbury หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวนักค้าช็อกโกแล็ตชื่อดัง

ในเบอร์มิงแฮมซึี่งเป็นเมืองที่มีมุสลิมอยู่เป็นจำนวนมากในอังกฤษ ข่าวการค้นพบดังกล่าวถือเป็นของขวัญวันอีฎิ้ลฟิตริชิ้นสำคัญที่สร้างความดีใจให้กับชาวเมือง

Mohammad Afzal ประธานของมัสยิดกลางในเบอร์มิงแฮมเปิดเผยว่า เขาได้รับอนุญาตให้เข้าชมต้นฉบับดังกล่าว “รู้สึกเป็นเกียติที่ได้เห็นต้นฉบับนี้ และจะช่วยพาเรากลับไปถึงต้นทางแห่งศาสนา มุสลิมจะชอบที่ให้เห็นสิ่่งนี้”

ด้าน Muhammad Isa Waley หัวหน้าผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ เปอร์เซีย และตุรกี ประจำหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ในกรุงลอนดอน กล่าวว่า “ตื่นเต้นกับการค้นพบนี้” “เรารู้ว่ากุรอานทั้งสองแผ่นที่พบมันสวยงาม และจากช่วงเวลามันเกือบจะชัดเจนว่าเกิดขึ้นในยุคของท่านอุสมาน อิบนุ อัฟฟาน คอลีฟะห์ท่านที่ 3 ซึ่งมีการสั่งให้รวบรวมกุรอ่านจัดเรียงเป็นซูเราะห์ ที่ใช้ในปัจจุบัน”

ขณะที่อาหรับนิวส์รายงานว่าก่อนหน่านี้ช่วงปลายศัตวรรศที่ 17 มีการค้นพบกุรอ่านที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันโดยนักวิจัยชาวอิตาลีในระหว่างการสืยค้นข้อมูลเพื่อทำดุษฎีนิพนปริญญาเอก

ศ.โทมัสกล่าวอีกว่าการค้นพบครั้งนี้จะทำให้เบอร์มิงแฮมเป็นเป้าหมายของมุสลิม และนักวิชาการ เขาเสริมว่าชาวมุสลิมไม่จำเป็นที่จะต้องมาชมเพื่อที่จะทำให้รู้สึกใกล้ชิดกุรอานมากขึ้น แต่หลายคนได้ท่องจำ และนำไปปฎิบัติซึ่งนั่นทำให้ใกล้ชิดศาสนาอย่างแท้จริง

“กุรอานมีอยู่แล้วในหัวใจของมุสลิมทุกคน”ศ.โทมัสกล่าว

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะมีการจัดแสดงกุรอ่านที่ค้นพบดังกล่าวในระหว่างวันที่ 2-25 ตุลาคมนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการซาอุฯชี้ กุรอานเก่าที่อังกฤษไม่ใช่ยุคท่านนบี(ซ.ล.)

ความคิดเห็น

comments

About