กลุ่มนักศึกษาแพทย์และแพทย์ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษารวม 11 คน ประกอบด้วยชาวอังกฤษ 9 , อเมริกัน 1, และแคนาดา 1, เชื่อว่าได้แอบเดินทางข้ามแดนจากตุรกี เข้าไปยังพื้นที่ของซีเรียซึ่งกลุ่มไอเอส ควบคุมอยู่ เพื่อทำงานในโรงพยาบาลของพวกนักรบญิฮัดสุดโต่งเหล่านี้ ขณะที่ทางด้านครอบครัวของพวกเขาร่วมกันออกคำแถลงระบุว่า คนเหล่านี้เดินทางมาด้วยแรงจูงใจทางมนุษยธรรม

สื่ออังกฤษ เช่น เดลีเมล์, ออบเซอร์เวอร์ รายงานในวันอาทิตย์ (22 มี.ค.) ว่า พลเมืองอังกฤษ 9 คนซึ่งเป็นชาย 5 และหญิง 4 คน ทั้งหมดมีอายุระหว่างสิบกว่าปลายๆ จนถึงยี่สิบต้นๆ ได้เดินทางออกจากสถาบันแพทยศาสตร์ในซูดาน ซึ่งพวกเขาศึกษาอยู่ ไปยังนครอิสตันบุลของตุรกี จากนั้นจึงข้ามพรมแดนเข้าสู่พื้นที่ของซีเรีย

หนุ่มสาวเหล่านี้มีเชื้อสายซูดาน แต่ต่างเกิดและเติบโตขึ้นในอังกฤษ แล้วพ่อแม่ผู้ปกครองส่งกลับไปศึกษาในสถาบันแพทยศาสตร์ของกรุงคาทูม โดยที่มี 3 คนสำเร็จการศึกษาแล้ว ส่วนคนอื่นๆ ยังกำลังเรียนอยู่

นอกจากพลเมืองชาวอังกฤษเหล่านี้แล้ว สื่ออังกฤษและอเมริกันรายงานด้วยว่า ยังมีชาวอเมริกัน 1 คนและชาวแคนาดา 1 คนซึ่งมีเชื้อสายซูดานเช่นเดียวกัน และทำงานเป็นเจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉิน เดินทางด้วยเครื่องบินมาสมทบที่อิสตันบุล ก่อนเดินทางข้ามไปยังเขตที่พวกไอเอสควบคุมในซีเรียด้วยกัน

เด็กสาวที่หลบหนีไปในกลุ่มนี้ผู้หนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า เลนา มามูน อับดุลกาดีร์ วัย 19 ปี จากเมืองคิงส์ลีนน์ มณฑลนอร์โฟล์ก ของอังกฤษ ได้ถ่ายภาพเซลฟีขณะที่กำลังจะข้ามพรมแดนตุรกี และส่งไปให้น้องสาวผ่านโปรแกรม “วอตส์แอปป์” พร้อมกับเขียนว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา เรามาถึงตุรกีแล้ว และกำลังอยู่บนเส้นทางเพื่อเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือประชาชนชาวซีเรียที่บาดเจ็บ”

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง พ่อของเธอ มามูน ซึ่งทำงานเป็นศัลยแพทย์ ก็รีบขึ้นเครื่องบินเดินทางมายังตุรกี และอยู่ที่นั่นนับแต่นั้น เขาได้บอกกับสำนักข่าวภาษาสเปน “อีเฟ” ว่า ครอบครัวของหนุ่มสาวที่หายไป ซึ่งพากันมาที่ตุรกีเพื่อตามตัวลูกหลาน จะยังไม่กลับบ้านจนกว่าจะได้ตัวพวกเขาคืนมาและกลับบ้านไปด้วยกัน

ทางด้านเมห์เมต อาลี เอดิบอกลู สมาชิกสภาฝ่ายค้านที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลตุรกีจากเขตฮาตัย อันเป็นพื้นที่ติดพรมแดน บอกกับสื่อมวลชนว่า ครอบครัวของหนุ่มสาวกลุ่มนี้ เชื่อว่าลูกหลานของพวกตนถูกหลอกลวงถูกล้างสมอง จึงเดินทางกันมาที่ตุรกี และมาขอความช่วยเหลือจากเขา

“เราทั้งหมดต่างสันนิษฐานว่า พวกเขาตอนนี้คงจะอยู่ที่เมืองเทล อับยาด ซึ่งอยู่ในความควบคุมของพวกไอเอส การสู้รบกันที่ตรงนั้นเป็นไปอย่างดุเดือด ดังนั้นจึงต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์”

เขายืนยันว่า นักศึกษาแพทย์และแพทย์จบใหม่เหล่านี้ต่างต้องการเป็นอาสาสมัครทำงานในโรงพยาบาล “ขอพวกเราอย่าได้ลืมข้อเท็จจริงที่ว่า พวกเขาไปที่นั่นเพื่อช่วยเหลือ ไม่ใช่ไปสู้รบ”

นอกจาก ส.ส.ฝ่ายค้านของตุรกีผู้นี้แล้ว สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลตุรกีผู้หนึ่งซึ่งกล่าวว่า เวลานี้หน่วยงานความมั่นคงทั้งของอังกฤษ, ตุรกี, และซูดาน ต่างกำลังร่วมมือมือกันสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษแถลงว่า กำลังให้ความช่วยเหลือทางการกงสุลกับบรรดาญาตินักศึกษาแพทย์เหล่านั้น พร้อมกับติดต่อเจ้าหน้าที่ตุรกีเพื่อหาทางสืบข่าวเพิ่มเติม

ทางด้านกระทรวงมหาดไทยอังกฤษระบุว่า ถ้านักศึกษาแพทย์เหล่านี้เดินทางกลับอังกฤษ ก็จะไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยอัตโนมัติ หากพวกเขาพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ไปเข้าร่วมการสู้รบ

สถานีวิทยุและโทรทัศน์บีบีซีรายงานในวันจันทร์ (23) ว่า ครอบครัวของ 9 นักศึกษาแพทย์และแพทย์จบใหม่ชาวอังกฤษ ได้ร่วมกันออกคำแถลงฉบับหนึ่งกล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่า ลูกๆ ของพวกเขาเหล่านี้เดินทางมายังซีเรียด้วยแรงจูงใจทางด้านมนุษยธรรม

คำแถลงฉบับนี้กล่าวว่า พวกเขาไม่ทราบว่าเวลานี้ลูกๆ ของพวกเขาอยู่ที่ไหน แต่คนเหล่านี้มี “ศักยภาพทางด้านศีลธรรมอันดีเลิศ”

“ลูกชายและลูกสาวของพวกเราต่างเข้าร่วมในงานด้านมนุษยธรรมและงานทางสังคมที่มีจุดมุ่งหมายอันดีอยู่เสมอ” คำแถลงบอก “พวกเขาเดินทางมายังตุรกีด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ลี้ภัยที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์ในบริเวณพรมแดนตุรกี”

พวกเขาบอกว่าทราบว่าลูกๆ ของ พวกเขาได้มาถึงตุรกีแล้ว แต่ได้หายตัวไป จึงขอเรียกร้องให้ทางการอังกฤษ, ตุรกี, และซูดาน เร่งรัดและร่วมมือกันใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อรับประกันความปลอดภัยของลูกๆ ของพวกเขา

ความคิดเห็น

comments

By admin

ใส่ความเห็น