องค์การนิรโทษกรรมสากลเปิดเผยว่าชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศส กำลังตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธชาวคริสต์ที่เรียกได้ว่าเป็นการดำเนินการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”
กลุ่มสิทธิมนุษยชน องค์กรนิรโทษกรรมสากล เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ (31) ผ่านมาว่ากลุ่มติดอาวุธได้ใช่ประโยชน์จากสูญญากาศทางการเมืองในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (CAR) ในปฎิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมในการรณรงค์เพื่อลบชุมชนมุสลิมออกจากประเทศ
Joanne Mariner ที่ปรึกษาอาวุโสขององกรซึ่งมีสำนักงานอยู่ในอังกฤษกล่าวว่า “การลบตัวตนของชาวมุสลิมออกจากแอฟริกากลางเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ถูกเรียกว่าการทำความสะอาดทางเชื้อชาติของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง”
เธอบอกกับอัลญะซีเราห์ว่าชาวมุสลิมครึ่งหนึ่งในภาคตะวันตกของประเทศถูกคุกคามอย่างหนักและถูกบังคับให้ละทิ้งศาสนาของพวกเขา
มีเพียงชาวมุสลิม 30,000 คนในเมืองหลวงที่ได้รับการดูแลโดยองค์กรสหประชาชาติ แต่สำหรับชาวมุสลิมที่อยู่นอกเขตเมืองออกไป พวกเขากำลังตกเป็นเป้านิ่งของการโจมตี
“พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตที่จะแสดงตัวเองว่าเป็นชาวมุสลิมถ้าออกนอกเขตเมือง ไม่ว่าจะในรูปแบบของการแต่งกาย หรือการแสดงออกใดๆ” เธอกล่าว
“ความอยู่รอดของพวกเขาขึ้นอยู่กับกิจวัตประจำวันของพวกเขา ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองกับกลุ่มติดอาวุธ”
เธอกล่าวอีกว่าหลายคนถูกบังคับให้เปลี่ยนเป็นศาสนาคริสต์หรือไม่ก็จะต้องถูกฆ่า

