สถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ (ISIS) ซึ่งมีฐานอยู่ที่วอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า อิสราเอลได้มีการผลิตหัวรบนิวเคลียร์ไว้ในครองรอง 115 ตั้งแต่ปี 1963
เครือข่ายเฝ้าระวังตะวันออกกลางรายงานว่า ตามรายงานขององค์กร ISIS ระบุว่าอิสราเอลมีการผลิตพลูโตเนียม 660 กิโลกรัมในช่วง 52 ปีที่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ Dimona ในภาคใต้ของทะเลทรายเนเกฟ
ISIS เชื่อว่าการผลิตพลูโตเนียมที่ Dimona เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคมของปี 1963 ทำให้ประเทศอิสราเอลเป็นชาติที่ 6 ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อจาก สรัฐอเมริกา, รัสเซีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และจีนตามลำดับ
ตามรายงาน ISIS เปิดเผยว่า Dimona มีจำนวนของโรงงานนิวเคลียร์ลับสำหรับการผลิตพลูโตเนียมรวมทั้งเครื่องปฏิกรณ์หนักน้ำ โรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง และโรงแยกพลูโตเนียม ทั้งหมดเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดจากฝรั่งเศสในปี 1950 และต้นปี 1960
รายงานยังได้ยืนยันถึงความสามารถที่หลากหลายของอิสราเอลในการผลิตขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ ตั้งแต่ขนาดเล็ก เช่นจรวด ไปจนถึงขนาดใหญ่ เช่นขีปนาวุธติดตั้งบนเรือรบ หรือขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ที่ปล่อยจากเครื่องบิน
นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าอิสราเอลมีการพัฒนาขีปนาวุะติดหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงจากเรือดำน้ำได้ด้วย
ตามรายงายของ ISIS David Albright ผู้เริ่มต้นจัดทำรายงานนิวเคลียร์กับอิสราเอลยังคงรักษานโยบายของ “ความคลุมเครือทางกลยุทธ์” ในเรื่องที่เกี่ยวกับคลังแสงนิวเคลียร์ของอิสราเอล แม้จะมีเอกสารหลักฐานจำนวนมากที่ยืนยันได้ว่าอิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมากไว้ในครอบครองจริง
รายงานดังกล่าวยังอ้างถึง Mordechai Vanunu อดีตช่างเทคนิงประจำโรงงานนิวเคลียร์ Dimona ในปี 1986 ที่ได้เปิดเผยว่าอิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองจำนวนมากกว่าที่มีการประเมินในเวลานั้น แต่ยังคงมีการรักษาความลับอย่างเป็นระบบต่อจำนวนขีปนาวุธนิวเคลียร์ที่เท้จริงของอิสราเอล โดยที่รายงานบางชิ้นระบุว่าอิสราเอลมีหัวรบนิวเคลียร์ 80 ลูกไว้ในครอบครอง

